ิ้งหยาจึงกลับมาสงบสุขอีกครั้ง
คราวนี้นางได้กำจัดพวกผอจื่อหน้าไหว้หลังหลอกออกไปด้วย คราวนี้ตำหนักของนางก็จะมีแต่คนที่สามารถไว้ใจได้
หลังจากยุ่งมาตลอดวัน เมื่อถึงเวลาดึก หลินเมิ้งหยาจึงรู้สึกเหนื่อยล้าเป็นอย่างยิ่ง นางถอดเสื้อคลุมตัวนอกออก ก่อนจะเปลี่ยนเป็นชุดจีนสีชมพูอ่อน
ดึงปิ่นปักผมออก เส้นผมตรงยาวสีดำขลับปล่อยสยาย นั่งอยู่หน้าโต๊ะ ในมือถือหนังสือ ท่าทางเสมือนแม่บ้านธรรมดาแต่กลับน่าเกรงขาม
สวนในตำหนักหลิวซินได้ชิงหูและหลินจงอวี้เข้าไปจัดการดูแลอีกครั้ง จนในที่สุดก็กลับมาสวยงามดั่งเดิม
ต่อให้อากาศด้านนอกหนาวเหน็บขนาดไหน ทว่าภายในตำหนักกลับอบอุ่นไร้ซึ่งความเย็นยะเยือก
ไม่รู้ว่าพวกเขาไปหาฉากกั้นมาจากที่ไหน พวกเขาวางเอาไว้ในห้อง แน่นอนว่ามันมีไว้สำหรับกันลม
“ข้าขอใส่ฟืนเพิ่มหน่อยนะเจ้าคะ นายหญิงจะได้อ่านหนังสือโดยไม่เจ็บตา”
ป๋ายจีเองก็เหมือนกันกับหลินเมิ้งหยา นางสวมเพียงชุดจีนสีขาว ผมถูกปล่อยลงมา ในมือถือกรรไกรตัดแต่งกิ่งไม้
“เจ้าอย่ายุ่งยากอีกเลย มานั่งนี่เถิด ข้ามีเรื่องจะพูดกับเจ้า”
หลินเมิ้งหยาวางหนังสือในมือลง ความลับระหว่างนางและป๋ายซ่าวเก็บซ่อนเอาไว้ ไม่มีใครรู้เรื่องนี้ แต่ป๋ายจีที่เป็นคนละเอียดรอบคอบกลับสังเกตเห็น
ฉะนั้นการที่นางจะมีปมในหัวใจจึงเป็นเรื่องปกติ
“นายหญิงมีอะไรหรือเจ้าคะ?”
มองดูสายตาที่แฝงไว้ซึ่งความเชื่อใจในตัวเอง หลินเมิ้งหยาไม่อาจปกปิดสิ่งใดได้อีกต่อไป ดังนั้น