จึงเล่าให้นางฟัง
“อันที่จริงที่ข้าไม่บอกเจ้าก็เพราะไม่อยากให้ป๋ายซ่าวต้องเสี่ยงเลยแม้แต่น้อย นางเข้าไปเป็นหนอนบ่อนไส้ อันที่จริงนางต้องเผชิญหน้ากับเรื่องอันตรายกว่าเรามาก ป๋ายจี เจ้าอย่าได้โทษนางเลย เรื่องนี้โทษข้าเถิด”
อันที่จริงคืนนี้ป๋ายซูต้องเข้ามาทำหน้าที่ดูแลนายหญิง แต่นางขอเปลี่ยนเวร อีกทั้งยังบอกอีกว่านายหญิงมีเรื่องต้องการอธิบาย แล้วแบบนี้หัวใจของป๋ายจีจะมีความโกรธเกรี้ยวหลงเหลืออยู่ได้อย่างไร
การได้รับใช้นายหญิงเช่นนี้มิใช่เรื่องขาดทุน
“จริงสิ ข้ายังมีอีกเรื่องที่อยากให้เจ้าไปทำ แต่ว่าเรื่องนี้ต้องเก็บเป็นความลับ นอกจากข้าและเจ้าแล้ว ห้ามบอกคนอื่นเด็ดขาด”
หลินเมิ้งหยาแอบกำชับที่ข้างหูของป๋ายจี ป๋ายจีจึงหันไปมองนางด้วยแววตาฉงน
“เจ้าค่ะ นายหญิงโปรดวางใจ ข้าจะทำเช่นนั้นอย่างแน่นอน”
ด้านนอก ตอนนี้หิมะตกลงมาอย่างหนัก หลินเมิ้งหยายืนพิงหน้าต่าง ตกอยู่ในภวังค์ของตนเอง
จู่ๆ ประตูใหญ่ก็ถูกเปิดออก ร่างที่ต้องแสงจากโคมไฟส่องปรากฏขึ้นในลานสายตาของหลินเมิ้งหยา
ผอจื่อซึ่งเป็นผู้เปิดประตูรีบเข้ามาเคาะประตูห้องอย่างมีมารยาท
“นายหญิง ท่านอ๋องเสด็จเจ้าค่ะ”
นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปจะไม่มีใครสามารถเข้ามาสั่นคลอนตำแหน่งของหลินเมิ้งหยาได้อีกแล้ว
จวนแห่งนี้จำต้องมีนายหญิง แต่นายหญิงเพียงคนเดียวที่หลงเทียนอวี้ยอมรับก็คือหลินเมิ้งหยา
“ด้านนอกอากาศเย็น เชิญท่านอ๋องเสด็จเถิดเพคะ”
ดึกขนาดนี้แล้วแท้