กกันเสมือนพี่น้อง ไม่ว่าใครต่างก็รู้ความจริงในข้อนี้ ต่อให้พวกเราพี่น้องผิดใจกัน แต่ก็ไม่มีทางผันตัวมาเป็นศัตรูกันอย่างแน่นอน ยิ่งไปกว่านั้น ข้าไม่มีทางสร้างเรื่องเช่นนี้ขึ้น เจ้าอย่าได้พูดจาเลื่อนเปื้อน!”
ต่างฝ่ายต่างพูดเข้าข้างตัวเองจนไม่อาจรู้ได้ว่าใครพูดจริงพูดเท็จ
แน่นอนว่ากำไลหยกเป็นของป๋ายซ่าว แต่ตอนนี้กลับอยู่ในมือของสวีมามา ดังนั้นจึงไม่อาจตัดสินอะไรได้
ทว่าหลินเมิ้งหยากลับมั่นใจอะไรบางอย่างแล้ว
“เรื่องนี้ดูจะตัดสินยากเกินไป อวี้เอ๋อร์ เมิ้งหยา พวกเจ้าคิดเห็นเช่นไร?”
แสร้งแสดงสีหน้าลำบากใจ พระสนมเต๋อเฟยโยนปัญหาที่น่าอึดอัดนี้ให้กับหลงเทียนอวี้และหลินเมิ้งหยาเป็นผู้ตัดสิน
แม้ป๋ายซ่าวจะไม่ได้ทำ แต่สวีมามากลับป่าวประกาศว่าป๋ายซ่าวเป็นคนมอบกำไลหยกให้กับนาง ดังนั้นป๋ายซ่าวจึงไม่อาจเอาตัวรอดจากสถานการณ์นี้ได้
“ไม่ว่าใครจะเป็นคนสร้างเรื่องนี้ สุดท้ายแล้วจะต้องเค้นเอาความจริงจนถึงที่สุด”
เรื่องนี้เป็นเรื่องของผู้หญิง หลงเทียนอวี้จึงลำบากใจที่จะเอ่ยออกมา ทว่าหลินเมิ้งหยากลับสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วเอ่ย
สายตากวาดมองพระสนมเต๋อเฟย ป๋ายซ่าว ป๋ายจื่อและสวีมามาที่กำลังคุกเข่าอยู่บนพื้น ก่อนจะกระตุกยิ้มเย็นยะเยือก
“ป๋ายซ่าว ปากของป๋ายจื่อมิอาจพูดอะไรได้ เช่นนั้นเจ้าจงอธิบายมาเถิด”
หลินเมิ้งหยามอบอำนาจในการอธิบายให้แก่ป๋ายซ่าว ริมฝีปากของนางเผยอขึ้น ท่ามกลางความตื่นตะลึงของทุกคน
ป๋ายซ่าวรีบ