นางมั่นใจ แม้ความสัมพันธ์กับคนในจวนจะไม่เลวแต่คิดไม่ถึงเลยว่าจะมีหนอนบ่อนไส้
ทว่าการแสดงยังคงต้องดำเนินต่อไป หนี้ที่ค้างเอาไว้ค่อยกลับมาคิดบัญชีทีหลังก็ยังไม่สาย
เสียงโครมครามภายในห้องเริ่มสงบลง
คนภายนอกที่กำลังดูละครสนุกๆ ต่างพากันแยกย้าย
ไม่นานศีรษะเล็กๆ ก็ชะโงกออกไปตรวจสอบหน้าประตูเรือน
ป๋ายจีกวาดสายตามองไปรอบด้าน ก่อนจะชักหน้ากลับ
“ไม่มีคนแล้วเจ้าค่ะ นายหญิง พวกเราจะทำอะไรต่อไปเจ้าคะ?”
เดินอ้อมเศษแก้วเศษกระเบื้องที่แหลกเป็นผุยผง แม้นางจะบอกราคาค่างวดให้หลินเมิ้งหยาฟังแล้ว แต่ถึงกระนั้นก็ยังอดที่จะรู้สึกตกใจไม่ได้อยู่ดี
หลินเมิ้งหยาครุ่นคิด ก่อนจะจิบชา
“ก้าวต่อไปคือการรอให้พวกนางมาตามเราถึงหน้าบ้าน เจ้าคิดว่าข้าเล่นละครใหญ่โตเช่นนี้ไปเพื่ออะไร?”
หลินเมิ้งหยาเพ่งเล็งหยุนลั่วเอาไว้ ป๋ายจีเล่าว่าช่วงนี้สาวใช้คนนี้อยู่รอบกายคอยรับใช้พระสนมเต๋อเฟยบ่อยที่สุด
แต่ถึงกระนั้นนางก็เป็นเพียงสาวใช้ ยากมากกว่าจะขับไล่เจียงหรูฉินไปได้ ไม่รู้ว่าหยุนลั่วผู้นี้จะมาไม้ไหน
“เจ้าไปคุ้มครองป๋ายจื่อก่อนเถิดป๋ายซู จำเอาไว้ หากมิได้อันตรายถึงชีวิต พยายามอย่าลงมือเป็นอันขาด เข้าใจหรือไม่?”
ป๋ายซูรีบพยักหน้ารับ เมื่อได้อยู่รับใช้หลินเมิ้งหยานานวันเข้า ไหวพริบของนางเองก็มีมากตาม
“เสี่ยวอวี้ เจ้ากำลังคิดอะไร?”
หลินเมิ้งหยาผินหน้าไปมองหลินจงอวี้
เด็กหนุ่มที่ใกล้จะโตเป็นชายหนุ่มเต็มที ความหล่อเหลาของเขายิ่งฉา