ยชัดมากขึ้นเรื่อยๆ
นางมัวแต่ยุ่งเรื่องของตนเอง เมื่อเวลาผันผ่าน นางแทบจะไม่รู้เลยว่าหนุ่มน้อยที่เคยขวางทางรถม้าของนางในวันนั้นเติบโตขึ้นจนเกือบจะเป็นชายหนุ่มที่โดดเด่นขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่
เขายืนอยู่ข้างหน้าต่าง ท่าทางเสมือนกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง ใบหน้าด้านข้างหล่อเหลาคมคาย
ดวงตาเรียวยาวสั่นไหวเสมือนเปลวไฟกลางหิมะ สายตาเย็นชาทำให้คนอื่นๆ สัมผัสได้ถึงความเยือกเย็นของเขา
รูปร่างสูงโปร่งห่อหุ้มไว้ด้วยเสื้อผ้าธรรมดา ศีรษะสวมใส่รัดเกล้าหยกขาวลายดอกบัว เส้นผมสีดำขลับตรงยาว ใบหน้าข้างแก้มนวลเนียนละเอียดเสียยิ่งกว่าผิวของหญิงสาว
อันที่จริง เมื่อเทียบกับคุณชายผู้มากับดอกไม้แล้ว ใบหน้าเรียวเล็กรูปไข่ของเสี่ยวอวี้หล่อเหลามีเสน่ห์กว่ามาก ซ้ำยังดูงามสง่าดั่งคนชนชั้นสูง
แต่สิ่งที่ทั้งสองคนมีเหมือนกันก็คือความเย็นชาที่แผ่กระจายออกมา
บางทีอาจเป็นพันธุกรรมที่ถูกส่งต่อมา
“ไม่มีอะไรขอรับ ข้าแค่กำลังคิดว่าห้องของพี่สาวใกล้จะว่างเปล่าเต็มที ฉะนั้นข้าควรหาอะไรมาเติมเต็มเข้าไป”
หันหน้ากลับมา ริมฝีปากสีแดงยกขึ้นเล็กน้อย เผยให้เห็นรอยยิ้มสนิทสนม
หลินเมิ้งหยาชะงัก เสี่ยวอวี้ก็ยังคงเป็นเสี่ยวอวี้ แม้เขาจะเติบโตขึ้นแต่รอยยิ้มพิมพ์ใจนั้นยังคงไม่เปลี่ยนแปลง
สักวันหนึ่งเมื่อนกอินทรีเติบใหญ่ ก็จะต้องบินขึ้นสู่สวรรค์ชั้นเก้าอย่างแน่นอน
ทว่าหัวใจของหลินเมิ้งหยากลับรู้สึกเสียดายและเสียใจ
นางเป็นผู้นำตัวเสี่ยวอว