ี้ออกจากกลุ่มหลิวเย่ แต่คิดไม่ถึงเลยว่าชีวิตที่ดูเหมือนจะสุขสบายของเขากลับต้องเจอเรื่องหนักหนาสาหัสยิ่งกว่า
“ไม่เป็นไรหรอก อีกไม่กี่วันพี่สาวจะกลับไปที่บ้านสกุลหลินอีกครั้ง ข้าอยากให้ท่านพ่อรับเจ้าเป็นลูกบุญธรรม เจ้าคิดอย่างไรกับการเข้าสู่วงศ์ตระกูลของนักรบ?”
นางคิดเรื่องนี้อยู่นานแล้ว
แม้ว่าพวกทาสรับใช้จะคิดว่าเสี่ยวอวี้เป็นลูกพี่ลูกน้องของนาง
แต่สุดท้ายแล้วเสี่ยวอวี้มิใช่คนธรรมดา ฉะนั้นเขาควรมีฐานะที่เปิดเผย
“แต่ข้า…” เสียงของเสี่ยวอวี้ขาดหายไป หลังจากได้เห็นแววตาสงสัยของหลินเมิ้งหยา เขากลืนคำพูดลงท้องไปทันที ก่อนจะพยักหน้าเพื่อตอบตกลง
“เช่นนั้นหาฐานะที่เหมาะสมให้กับข้าด้วยสิ ข้ามักจะแต่งตัวเป็นผู้หญิงเสมอ แม้จะมิได้ขัดกับใบหน้างดงามของข้า แต่ถึงกระนั้นข้าก็มิอาจแสดงเสน่ห์เล่ห์กลออกมาได้อย่างเต็มที่”
ชิงหูเข้าร่วมวงสนทนาด้วย ก่อนจะส่งเสียงเย้ายวน
“เจ้า?” หลินเมิ้งหยากวาดตามองเขาขึ้นๆ ลงๆ
“ก็ได้ ข้าจะบอกท่านพ่อว่าเจ้าเป็นน้องชายต่างแม่ของเขา เท่านี้เจ้าก็กลายเป็นอารองของข้าได้แล้ว ตาเฒ่า!”
ถลึงตาใส่เขาหนึ่งที เจ้าบ้านี่อายุมากพอสมควร แต่กลับยังทำตัวไร้สาระ
แต่ถึงกระนั้นฐานะของชิงหูในเวลานี้คือองครักษ์ภายในจวน ฉะนั้นเขาเองก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงความสงสัยใคร่รู้ของผู้อื่นได้
พวกเขาต่อปากต่อคำกันอยู่พักหนึ่ง เสียงของผอจื่อพลันดังขึ้นที่ด้านนอก
“ทูลพระชายา น้าจิ้งเยว่แห่งตำหนักหยาเสวียนขอเ