้บอกท่านพ่อ ขอท่านพ่อได้โปรดอภัยให้ลูกด้วย”
โขกศีรษะสามครั้ง หยาดน้ำตานองหน้าหลินเมิ้งหยา
ท่านพ่อคิดเผื่อนางทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อให้นางมีชีวิตอย่างผาสุก เขายอมละทิ้งศักดิ์ศรีเพื่อขอร้องเหล่าสหายเก่าเพื่อนาง
มิเช่นนั้น ป่านนี้นางคงแต่งงานออกเรือนไปตั้งแต่อายุยังน้อยแล้ว
“รีบลุกขึ้นเถิด เรื่องนี้มิอาจโทษเจ้าได้”
หลินมู่จือรู้อยู่แก่ใจแล้วว่าเรื่องการแต่งงานของหลินเมิ้งหยากับอ๋องอวี้จะต้องเกี่ยวข้องกับฮูหยินของเขาอย่างแน่นอน
แต่ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาถามหาเอาความผิด
“ท่านพ่อ ลูกคิดถึงท่านเหลือเกิน”
เมื่ออยู่ต่อหน้าพ่อของตนเอง นางมีท่าทางเหมือนเมื่อครั้งเป็นเพียงคุณหนูใหญ่แห่งสกุลหลิน
“เด็กโง่ เจ้าแต่งงานออกเรือนไปแล้ว เหตุใดจึงยังมีท่าทางเหมือนสาวน้อยอยู่เล่า”
แม้จะรู้สึกไม่อาจทำใจยอมรับ แต่สุดท้ายลูกสาวก็ไม่เหมือนก่อนแล้ว
นางดูผ่ายผอมลงเล็กน้อย แต่สติปัญญาของนางในตอนนี้ดีกว่าแต่ก่อนมาก
“อ๋องอวี้ ลูกสาวถูกกระหม่อมเลี้ยงดูจนเสียคน หากมีสิ่งไหนไม่ถูกต้อง หวังว่าพระองค์จะอภัยให้นางด้วย”
แม้อีกฝ่ายจะเป็นองค์ชาย ทว่าหลินมู่จือก็ยังคงรักลูกสาวของตนเองมิเสื่อมคลาย
หลงเทียนอวี้ยกยิ้ม ใบหน้าเย็นชาของเขาประดับไว้ซึ่งรอยยิ้มสง่างาม
“เมิ้งหยาปฏิบัติตัวอย่างเหมาะสมยิ่ง นางช่วยงานข้าได้ไม่น้อยเลย”
แสดงความคิดเห็นอย่างเป็นธรรมชาติ ราวกับว่าเขาคิดเห็นเช่นนี้มานานแล้ว
“เช่นนั้นก็ดี เช่นนั้นก็ดี เด็กคนนี้ถู