กกระหม่อมตามใจเสียจนเคยตัว”
“ท่านพ่อ ดูท่านพูดเข้า”
หลินเมิ้งหยากระตุกแขนเสื้อพ่อของตนเองด้วยท่าทางเขินอาย ถึงอย่างไรตอนนี้นางก็เป็นถึงนางพญาแพทย์พิษเชียวนะ
เหตุใดจึงพูดเหมือนนางไปรบกวนหลงเทียนอวี้อย่างไรอย่างนั้น
ตอนแรกเขาไม่อยากแต่งงานกับนางเลยด้วยซ้ำ
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ได้ พ่อไม่พูดแล้ว เรื่องนี้ปล่อยให้คนหนุ่มสาวอย่างพวกเจ้าจัดการเองก็แล้วกัน”
แม้จะมีคนบอกว่าพ่อตากับลูกเขยมักเป็นศัตรูกัน
แต่หลงเทียนอวี้เป็นคนที่มีความสามารถโดดเด่น คนทั้งเมืองหลวงต่างรู้ดี
ยิ่งไปกว่านั้น วิชาการต่อสู้ของเขายังยากที่จะมีคนเทียบเทียม หลินมู่จือจึงพอใจยิ่งนักที่ได้เขามาเป็นลูกเขย
“ท่านพ่อ ท่านอ๋อง อาหารกลางวันเตรียมเสร็จเรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ เช่นนั้นเชิญมารับประทานเถิด”
ซ่อนเร้นความริษยาเอาไว้ในใจ
ใบหน้าของซ่างกวนฉิงไร้ซึ่งความไม่พึงพอใจ
พวกเขามักจะมองข้ามนางและลูกสาวเสมอ
หัวใจประหนึ่งถูกเปลวไฟแผดเผา ไม่ว่านางจะทำดีกับหลินมู่จือมากขนาดไหน แต่สุดท้ายเขาก็ยังเห็นนางเป็นเพียงคนนอกอยู่ดี
“อืม เช่นนั้นไปกินข้าวด้วยกันเถิด”
บนโต๊ะอาหาร สายตาทุกคู่ล้วนมองมายังหลินเมิ้งหยา
นางเผยรอยยิ้มอ่อนโยน ส่งเสียงอ่อนหวาน อีกทั้งยังฉลาดเฉลียวและน่ารักน่าเอ็นดู บรรยากาศในสกุลหลินตอนนี้จึงเปี่ยมไปด้วยความสุข
แม้แต่ซ่างกวนฉิงก็ต้องคอยหยักยิ้มตาม มีเพียงหลินเมิ้งหวู่เท่านั้นที่จ้องมองพี่สาวด้วยความโกรธแค้น
หากไม่มีหลินเมิ้งหยาคง