ั่งหิมะเข้าปาก
ทว่าดวงตาของป๋ายจีและหลินเมิ้งหยากลับเผยให้เห็นความกระวนกระวาย
หลังจากที่กลับมาจากค่ายทหาร ดูเหมือนความสัมพันธ์ของป๋ายซ่าวและตำหนักหยาเสวียนจะแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
“นายหญิง ป๋ายซ่าวนาง….”
หลินเมิ้งหยาเอ่ยขัดป๋ายจี เอ่ยเสียงเรียบ
“ข้าเชื่อใจนาง”
นางเชื่อว่าป๋ายซ่าวไม่มีทางทรยศนาง
หากนางทรยศ เช่นนั้นอย่าหาว่านางใจร้ายเลย
พวกเขาพูดคุยกันอยู่พักใหญ่ ก่อนที่เสียงของเสี่ยวเอ้อร์จะวิ่งขึ้นมาแจ้งข่าว
“ท่านอ๋องเสด็จแล้ว ข้าน้อยขอทูลลา”
หลินเมิ้งหยานัดหมายกับหลงเทียนอวี้ที่ร้านหรูอี้
แต่ถึงกระนั้นนางก็ยังไม่อยากเปิดเผยเรื่องความสัมพันธ์อันดีระหว่างนาง มั่วหราน และชิงหลี
พยักหน้า มองตามทั้งสองที่เดินออกไป
ไม่นานร่างสูงโปร่งกำยำของหลงเทียนอวี้ก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้านาง
อากาศหนาวเย็นมากขึ้น หลงเทียนอวี้สวมเสื้อคลุมขนสัตว์ตัวใหญ่ ปกเสื้อปักเย็บขนจิ้งจอก
ศีรษะสวมมงกุฎหยกสีขาว ใบหน้าคมเข้มหล่อเหลาไร้อารมณ์
เขาเปรียบเสมือนแสงจันทร์ท่ามกลางความมืดมิด ไม่มีใครหมางเมินเขาได้
เมื่อเขาปรากฏกายขึ้นในร้านหรูอี้ ความสนใจของคนทั้งหมดราวกับถูกมัดรวมเป็นกระจุกเดียว
ทว่าสายตาของเขากลับไร้ซึ่งความรู้สึก ราวกับว่าเขาทำได้เพียงปฏิบัติต่อโลกใบนี้ด้วยความเย็นชา
“เชิญท่านอ๋อง”
เสี่ยวเอ้อร์ที่ยืนเฝ้าประตูรีบผายมือเชิญ ก่อนจะนำทางหลงเทียนอวี้มาหาหลินเมิ้งหยา
ประตูซึ่งวาดเป็นภาพภูเขาและลำธารถูกเปิดออก สิ่งแรกที