ัญที่สุดของหญ้าชิงหลิงคือน้ำสกัดของมันนี่นา
ทำใจเคี้ยวต่อ ไม่นานน้ำสีขาวก็ไหลออกมาจากปาก หลินเมิ้งหยารู้สึกราวกับชีวิตตกอยู่ในความมืดมนขมขื่น
“เร็วเข้า เอาแก้วชามา”
ทุกคนไม่เข้าใจว่าพระชายากำลังทำอะไร
แต่สุดท้ายนางก็พยายามเคี้ยวจนสกัดน้ำจากหญ้าชิงหลิงออกมาจนสำเร็จ
“สมุนไพรตัวนี้จะส่งผลกระทบตามมาหรือไม่?”
ชิงหูมองดู ก่อนจะเอ่ยถามด้วยความกังวล
หลินเมิ้งหยาโบกมือ
“ไอ้เอ็นไอ อ้อแอ้อู้ดไอ้อั๊ดเอ้าอั๊น (ไม่เป็นไร ก็แค่พูดไม่ชัดเท่านั้น)”
เหตุเพราะหญ้าชิงหลิงมีฤทธิ์ทำให้เกิดอาการชา แต่เพียงหนึ่งชั่วโมงก็จะกลับมาเป็นปกติเหมือนเดิม
ขณะที่คนอื่นๆ กำลังไปต้มยา หลินเมิ้งหยาเริ่มตรวจอาการของฉินมั่วครั้งสุดท้าย
แม้ว่าจะได้ยาถอนพิษมาแล้ว แต่เขาถูกพิษกัดกร่อนร่างกาย
หากคิดจะถอนพิษออกให้หมด เช่นนั้นจะต้องทำการดูดพิษ
“อ๋อยออกไอ (ถอยออกไป)”
ท่าทางยังคงน่าเกรงขาม เพียงแค่ส่งเสียงออกมาไม่ชัด ทว่าทุกคนกลับรู้สึกผ่อนคลายเล็กน้อย
“จงถ่ายทอดคำสั่งของข้า! ทุกคนในค่ายชิงเฟิงห้ามเข้าใกล้กระโจมแม้แต่ก้าวเดียว! หากฝ่าฝืนอนุญาตให้ฆ่าได้ไม่ยกเว้น!”
หลินหนานเซิงไล่ทุกคนออกไปด้านนอก ภายในกระโจมจึงเหลือเพียงใต้เท้าฉินและไท่อีอีกสองคน
แม้แต่ชิงหูก็ออกไปยืนด้านหน้ากระโจมทันทีเพื่อปกป้องหลินเมิ้งหยา
“อ้าอะเอิ้มแอ๊วอ๊ะ (ข้าจะเริ่มแล้วนะ)”
หลินเมิ้งหยาพยักหน้าด้วยสีหน้าเคร่งขรึม ราวกับอาการชาของลิ้นมิได้เป็นอุปสรรคแต่อย่