“หากข้าเป็นเจ้า ข้าจะสั่งให้ลูกน้องหยุดอยู่กับที่และห้ามขยับเขยื้อน”
มีเพียงหลินเมิ้งหยาคนเดียวที่ยังคงสงบนิ่ง
คนอื่นๆ นอนดิ้นพราดอยู่บนพื้น เสียงร้องครวญครางอย่างน่าเวทนาดังระงมจนทำให้บรรยากาศทั้งป่าผิดปกติ
“นี่คืออะไร? เจ้าทำอะไรกันแน่?”
แม้จะเป็นคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่ง แต่เมื่อต้องเจอกับศัตรูที่ไม่รู้จัก เขาอดที่จะหวาดกลัวไม่ได้
“ข้าไม่ได้ทำอะไรเสียหน่อย พวกเจ้าต่างหากที่เข้ามายุ่งกับข้าก่อน ฉะนั้นนี่คือสิ่งตอบแทนที่ข้ามอบให้”
ร่องรอยของความสนุกสนานปรากฏขึ้นในแววตาของหลินเมิ้งหยา
รอยยิ้มมีเลศนัยปรากฏบนใบหน้า บรรยากาศยามรุ่งสางท่ามกลางหมู่มวลแมกไม้ทำให้นางดูเหมือนปีศาจแห่งพงไพรอย่างไรอย่างนั้น
“เจ้านั่นแหละที่ทำ!”
เห็นได้ชัดว่าชายชุดดำไม่เคยเจอเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อน เขาไม่รู้กระทั่งวิธีการที่นางใช้
“เพียะ” เสียงดังขึ้น บนใบหน้าขาวนวลของหลินเมิ้งหยาปรากฏรอยนิ้วทั้งห้า
นางหันหน้ากลับมา ริมฝีปากนิ่มมีคราบเลือดสีแดงสดติดอยู่ที่มุมปาก ทว่าหลินเมิ้งหยายังคงมองชายตรงหน้าอย่างดูแคลน
“แม้แต่ผู้หญิงก็ยังทำร้ายได้ ไอ้คนชั่ว!”
ดวงตาสั่นไหว ดาบของชายชุดดำซึ่งถูกชโลมไปด้วยเลือดวาดตรงไปแนบลำคอของหลินเมิ้งหยา
เสียงร้องโหยหวนดังขึ้นเรื่อยๆ ชายชุดดำที่ถูกทรมานหมดความอดทน เขาส่งเสียงเย็นชา
“ข้าว่าเจ้าทำตัวดีๆ จะดีกว่า มิเช่นนั้นอย่าหาว่าข้าไม่เตือน”
เลือดที่ติดอยู่บนดาบส่งกลิ่นเหม็นคาว
หลินเมิ้งหยาจ้