นคนนั้นมิใช่พี่ชายของนาง
หลินหนานเซิงมองสายตามุ่งมั่นของหลินเมิ้งหยา สุดท้ายก็พยักหน้าด้วยความลำบากใจ
เพียงทั้งสองเดินผ่านประตูเข้ามา ก็พลันได้ยินเสียงโกรธเกรี้ยวทั้งน้ำคำข่มขู่
“เจ้าเป็นหมอประสาอะไร! ชีวิตของลูกชายข้ากำลังรุ่งโรจน์ หากเขาต้องเสียแขนไปหนึ่งข้าง นั่นมิเท่ากับว่า…ชีวิตของเขาต้องถูกทำลายลงอย่างนั้นหรือ”
แม้น้ำเสียงจะโกรธเกรี้ยวแต่กลับสัมผัสได้ถึงความรู้สึกหัวใจสลาย
หลินเมิ้งหยาลอบมองชายวัยกลางคนตรงหน้าด้วยความตกตะลึง เขาคือใต้เท้าฉินสวี่มิใช่หรือ?
“ใต้เท้าฉินได้โปรดเห็นใจ พวกเราพยายามเต็มที่ในการรักษาคุณชาย แต่ถ้าหากยังไม่มียาถอนพิษ เช่นนั้นพวกเราต้องเตรียมการรับมือกับสถานการณ์เลวร้ายที่สุดขอรับ”
หมอทหารผมสีขาวโพลนแสดงสีหน้าขมขื่น
หากมิใช่เพราะเห็นแก่หน้าท่านแม่ทัพ เขาคงไม่ออกมาตรวจด้วยตัวเองกลางดึกเช่นนี้
แต่ใครจะรู้ว่าคนที่ดูดีมีการศึกษาเช่นใต้เท้าฉินผู้นี้จะระเบิดอารมณ์ออกมา
เขาเพียงแค่เสนอออกมาเท่านั้นว่าอาจจะต้องตัดแขนข้างหนึ่งทิ้ง แต่ตนเองเกือบจะถูกใต้เท้าฉินฆ่าตายเสียแล้ว
“ใต้เท้าฉิน คิดหรือว่าความโกรธเกรี้ยวของท่านจะทำให้คุณชายฉินรอด? ท่านอาจารย์ของข้าเพียงแค่อยากช่วยชีวิตคุณชายฉินเอาไว้เท่านั้น หากชีวิตต้องแดดิ้นไป เสียเพียงแขนข้างหนึ่งจะรับเป็นกระไรได้?”
เสียงหนึ่งดังขึ้น หลินเมิ้งหยาหันไปทางมุมหนึ่งของกระโจม
เห็นชายหนุ่มสวมใส่ชุดหมอ เขามองดูใต้เท้าฉินด้วยท่