าทางใจเย็น ก่อนจะส่งยิ้มให้กำลังใจแก่อาจารย์ของเขา
ชายคนนี้น่าจะอายุราวยี่สิบกว่าปี
หน้าตาหล่อเหลาสง่างาม ท่าทางสงบนิ่งเหมือนนักวิชาการ
ในความทรงจำของหลินเมิ้งหยา บรรดาหมอส่วนใหญ่อายุจะราวๆ สี่สิบห้าสิบปีทั้งสิ้น นางเพิ่งเคยเจอหมอที่อายุน้อยขนาดนี้
“ชิวอวี้ อย่าเสียมารยาท”
ท่านอาจารย์หมอเอ่ยปากสั่งสอนลูกศิษย์ แต่ที่จริงเขากลับรู้สึกชื่นชมลูกศิษย์ของตนยิ่งนัก
หมอทุกคนล้วนมีความเมตตากรุณา ในเมื่อมาอยู่ที่นี่แล้ว เช่นนั้นเขาก็ต้องรักษาชีวิตของคุณชายฉินเอาไว้ให้ได้
แม้ฉินสวี่จะโกรธเกรี้ยวเพราะถูกเด็กรุ่นหลังสั่งสอน แต่ถึงกระนั้นเขาก็สงบสติลงได้ในที่สุด
เด็กคนนี้พูดถูก ขอเพียงรักษาชีวิตเอาไว้ได้ เรื่องอื่นก็ไม่สำคัญ
แต่ว่า….
มองดูใบหน้าสีม่วงคล้ำของลูกชาย หยดน้ำตาซึมที่ขอบตา
ฉินมั่วคือผู้สืบทอดสกุลฉิน เขามีความสามารถและพรสวรรค์อย่างน่าอัศจรรย์ อีกทั้งยังได้รับความไว้ใจจากแม่ทัพหลิน
เวลาเพียงสามปีในกองทัพทำให้เขากลายเป็นแขนขาของสกุลหลินได้
แต่คิดไม่ถึงเลยว่า…เขาจะมีจุดจบเช่นนี้
หากฉินมั่วที่มีความทะนงตนเองรู้เข้า เขา…จะคิดสั้นหรือไม่?
“ไม่ได้!”
คิดไม่ถึงเลยว่าจะเป็นหลินหนานเซิงที่ร้องห้ามหมอด้วยใบหน้านิ่วคิ้วขมวด
“ฉินมั่วต้องการปกป้องข้า เขาจึงได้รับบาดเจ็บหนัก หากแขนของเขาถูกตัด เช่นนั้นสกุลหลินก็ต้องคืนแขนข้างนั้นให้แก่เขา หากฉินมั่วจากไป ข้ายินยอมฆ่าตัวตายเพื่อชดใช้ ไท่อี1 ได้โปรดช่วย