ฉินมั่วด้วย”
ฉินมั่วเปรียบเสมือนแขนขาของหลินหนานเซิง เพื่อช่วยหลินหนานเซิง เขาจึงถูกอาวุธโจมตี
ไม่เช่นนั้นแล้ว คนที่นอนอยู่ตรงนี้คงเป็นหลินหนานเซิง
หากเขาต้องยืนมองสหายของตนเองสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างไป เช่นนั้นฆ่าเขาให้ตายเสียยังดีกว่า
“ท่านแม่ทัพ ทำเช่นนั้นไม่ได้นะขอรับ”
ทุกคนล้วนตกตะลึง หลินหนานเซิงเปรียบเสมือนวีรบุรุษในแถบชายแดน หากสูญเสียเขาไป เช่นนั้นต้าจิ้นก็จะสูญเสียยอดทหารฝีมือดี สถานการณ์ของสงครามเองก็จะเปลี่ยนไป
แม้แต่ไท่อีก็หน้าเปลี่ยนสี
คำขอของหลินหนานเซิงสร้างความลำบากใจให้แก่เขาเป็นอย่างมาก
“ท่านพี่ ไม่จำเป็นต้องทำเช่นนั้นหรอกเจ้าค่ะ เช่นนั้นข้าขอดูหน่อยว่าพิษนี้สามารถถอนออกได้หรือไม่”
เสียงอ่อนหวานดังขึ้นด้านหลังหลินหนานเซิง
สายตาของทุกคนจ้องมองยังร่างบางที่อยู่ภายใต้เสื้อคลุมตัวใหญ่
ใบหน้างดงามมีเสน่ห์ รอยยิ้มสง่างามจนมิอาจละสายตา
ทว่าดวงตาของนางกลับมุ่งมั่นและเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ
“เสี่ยวหยา เจ้า…”
แน่นอนว่าท่านแม่ของพวกเขามีความรู้วิชาทางการแพทย์ ตอนที่น้องสาวอายุได้เพียงขวบปีก็สามารถจดจำยาสมุนไพรได้มากกว่าร้อยชนิด
ทว่าช่วงหลายปีที่ผ่านมาน้องสาวของเขาสติเลอะเลือน เช่นนั้นนางจะสืบทอดวิชาแพทย์จากท่านแม่ได้อย่างไร
“ท่านพี่ ข้ามีวิธีแล้ว”
สายตาของทุกคนจ้องมองหลินเมิ้งหยาที่เดินมาที่ข้างเตียงของฉินมั่ว
“ข้าขอยืมเข็มไท่อีหน่อยได้หรือไม่”
วิชาแพทย์พิษของป๋ายหลี่รุ่ยแบ่งข