ไม่ได้เลย
พยักหน้า หวังว่าพี่สาวจะพูดโน้มน้าวตาแก่นั่นได้
“ดี เจ้าอย่ากังวลไป เจ้ายังมีข้าอยู่”
ภายในรถม้า หลินจงอวี้ที่คลายความกดดันลงแล้วกำลังพูดคุยหยอกล้อกับหลินเมิ้งหยา
รถม้าจอดอยู่ข้างทาง เหตุเพราะคนขับรถไปทำธุระส่วนตัว ดังนั้นภายในรถม้าจึงเหลือเพียงพวกเขาสองคน
“พี่สาว มีคนกำลังมาที่นี่ แถมเป็นพวกมีวิทยายุทธ์ด้วย”
จู่ๆ หลินจงอวี้ก็ยื่นนิ้วขึ้นแนบปากเพื่อไม่ให้หลินเมิ้งหยาส่งเสียง
ชั่วขณะที่ทั้งคู่กำลังตกอยู่ในสถานการณ์คับขัน พวกเขาหดตัวเข้าหามุมหนึ่งของรถม้าและไม่ยอมส่งเสียง
“ฮือ…โอ๊ย…”
จู่ๆ เสียงร้องพลันดังขึ้นที่ด้านนอก หลินเมิ้งหยาแอบแหวกผ้าม่านข้างหน้าต่างออกดู
นางเห็นชายร่างกำยำห้าคนอุ้มเด็กคนหนึ่งเอาไว้
เด็กคนนั้นอายุราวห้าหกขวบ เห็นได้ชัดว่ากำลังตกใจกลัว
พยายามดิ้น ดวงตาเบิกกว้าง ใบหน้าเปื้อนน้ำตา
“พวกเขา…พวกเขาคือกลุ่มหลิวเย่! ตอนแรกพวกเขาก็แย่งข้ามาแบบนี้”
หลินจงอวี้ร้องออกมาด้วยความโกรธ เมื่อได้เจอกับศัตรูเก่า ดวงตาของเขาจึงแดงก่ำ
ยังไม่ทันที่หลินเมิ้งหยาจะร้องห้าม หลินจงอวี้ก็พุ่งตัวออกไปแล้ว
“ระวังตัวด้วย”
ทำได้เพียงส่งเสียงกำชับเขา เสี่ยวอวี้เป็นคนฉลาด เขาจึงเข้าโจมตีชายที่หันหลังให้
ผลปรากฏว่าเสี่ยวอวี้ต่อยตีกับพวกเขาจนในที่สุดเด็กน้อยที่ถูกจับก็ดิ้นหนีมาได้
เด็กน้อยผู้น่าสงสารถูกเขาอุ้มกลับมายังรถม้าของหลินเมิ้งหยา
เด็กน้อยกำลังหวาดผวา เขาเอาแต่ร้องไห้ หดตัวลง ไ