ที่จะโบยบิน
ทว่าเมื่อนางนึกถึงคุณชายผู้มากับดอกกุหลาบซินหลีขึ้นมา นางอดที่จะรู้สึกเป็นกังวลไม่ได้
หาก…หากเจ้าคนอำมหิตนั่นลงมือทำร้ายเสี่ยวอวี้ขึ้นมา มิรู้ว่าเสี่ยวอวี้จะหนีพ้นหรือไม่
“ข้าไม่อยากจากพี่สาวไป ข้าไม่อยากออกไปสร้างตัวอะไรทั้งสิ้น”
คิ้วของหลินจงอวี้ขมวดเข้าหากันแน่น ส่งเสียงพึมพำ
“เจ้าเด็กโง่ เจ้าจะใช้ชีวิตอยู่กับข้าไปตลอดชีวิตอย่างนั้นหรือ? เสี่ยวอวี้ เมื่อก่อนข้าไม่เคยเค้นถามเจ้าเลยสักครั้ง แต่ข้ารู้ว่าช่วงนี้เจ้ากำลังเจอเรื่องยุ่งยากอยู่ใช่หรือไม่?”
หลินจงอวี้อยากปฏิเสธ แต่แววตาของหลินเมิ้งหยามองทะลุทุกสิ่ง
เขาไม่อาจปิดบังเรื่องนี้กับพี่สาวได้อีกแล้ว
“ข้า…พวกเขาอยากให้ข้าไปกับพวกเขา ข้าไม่ยอม ก็เลย…”
หลินจงอวี้ก้มหน้างุด เขากลัวว่าพี่สาวจะต่อว่า
ทว่าคิ้วของหลินเมิ้งหยากลับขมวดเข้าหากันแน่น ซินหลีกำลังจับตามองเสี่ยวอวี้อยู่
แต่เพราะช่วงนี้เขายังกลัว จึงไม่ได้ลงมือก็เท่านั้น
แม้คนกลุ่มนั้นจะปกป้องเสี่ยวอวี้ได้ในตอนนี้ แต่ก็ไม่สามารถปกป้องเขาได้ตลอดชีวิต
ดูเหมือนนางจะต้องหาโอกาสคุยกับคนที่อยู่เบื้องหลังเสี่ยวอวี้สักครั้งแล้ว
“คิดจะพาเจ้าไป พวกเขาต้องได้รับอนุญาตจากข้าก่อน อย่ากลัวไปเลย พี่สาวจะปกป้องเจ้าเอง เจ้าลองหาโอกาสให้ข้าได้คุยกับพวกเขาหน่อยได้หรือไม่?”
ในที่สุดดวงตาอำมหิตของหลินจงอวี้ก็จางหายไป
นับตั้งแต่วันที่เขาได้เจอกับพี่สาว เขายังไม่เคยเห็นพี่สาวจัดการปัญหาใด