รามระหว่างเขาและฮองเฮาเพิ่งเริ่มต้นขึ้น
“เจ้าเด็กน้อย ค่ำคืนนี้ในตำหนักแห่งนั้นคึกคักเหลือเกิน”
ชิงหูยืนริมระเบียง เอนตัวพิงหน้าต่าง สนทนากับหลินเมิ้งหยาด้วยท่าทางสบายๆ
“ข้าพูดออกไปชัดเจนหมดแล้ว หากเขายังนิ่งเฉยนั่นสิจึงจะแปลก”
ด้านในหน้าต่าง หลินเมิ้งหยากำลังเรียนวิธีปักเย็บกับป๋ายจี ทุกครั้งที่เข็มกับด้ายอยู่ในมือของป๋ายจี มันดูราวกับแมวน้อยแสนเชื่อง แต่เมื่ออยู่ในมือของนาง มันไม่ต่างอะไรกับม้าดีดกะโหลก
แต่หลินเมิ้งหยากลับรู้สึกว่างานฝีมือเหล่านี้ทำให้สมาธิของนางดีขึ้น
“จะว่าเช่นนั้นก็ใช่ แต่ว่า…เจ้าเด็กน้อย กลุ่มสามสหายของเรารวบรวมคนได้มากพอสมควรแล้ว เจ้าที่เป็นเจ้าสำนักจะไปดูสักหน่อยหรือไม่?”
นางเงยหน้าขึ้น มองรอยยิ้มของชิงหู
ก็จริง นางควรเปิดเผยตัวตนเพื่อให้พวกเจียงหูเกิดความมั่นใจ
“ได้ เช่นนั้นข้าจะลองหาเวลาว่างดู รอฟังคำสั่งจากข้าแล้วกัน”
หลังออกจากตำหนักหยาเสวียนในคืนนั้น พระสนมเต๋อเฟยโกรธเกรี้ยวยิ่งนักหลายวันมานี้อ้างว่าเจ็บป่วยจึงไม่ยอมให้ใครพบหน้า แม้แต่เจียงหรูฉินจอมหยิ่งยโสยังสงบเสงี่ยมมากขึ้นอากาศเริ่มเย็นลงเรื่อยๆทุกตำหนักล้วนจุดไฟเพื่อให้ความอบอุ่น ส่วนบริเวณสวนของหลินเมิ้งหยา ไม่รู้ว่าชิงหูกับหลินจงอวี้ใช้วิธีการใด ดอกไม้ของนางจึงยังคงบานสะพรั่งกิ่งไม้แห้งสีน้ำตาลเข้มตัดกับสีของดอกไม้ทำให้ดูแปลกตาป๋ายจีที่สวมชุดสีชมพูกลับวิ่งเข้ามาในตำหนักด้วยความร้อนใจปลดผ้าคลุมออ