คน“พี่สาว มีคนกำลังมาที่นี่ แถมเป็นพวกมีวิทยายุทธ์ด้วย”จู่ๆ หลินจงอวี้ก็ยื่นนิ้วขึ้นแนบปากเพื่อไม่ให้หลินเมิ้งหยาส่งเสียงชั่วขณะที่ทั้งคู่กำลังตกอยู่ในสถานการณ์คับขัน พวกเขาหดตัวเข้าหามุมหนึ่งของรถม้าและไม่ยอมส่งเสียง“ฮือ…โอ๊ย…”จู่ๆ เสียงร้องพลันดังขึ้นที่ด้านนอก หลินเมิ้งหยาแอบแหวกผ้าม่านข้างหน้าต่างออกดูนางเห็นชายร่างกำยำห้าคนอุ้มเด็กคนหนึ่งเอาไว้เด็กคนนั้นอายุราวห้าหกขวบ เห็นได้ชัดว่ากำลังตกใจกลัวพยายามดิ้น ดวงตาเบิกกว้าง ใบหน้าเปื้อนน้ำตา“พวกเขา…พวกเขาคือกลุ่มหลิวเย่! ตอนแรกพวกเขาก็แย่งข้ามาแบบนี้”หลินจงอวี้ร้องออกมาด้วยความโกรธ เมื่อได้เจอกับศัตรูเก่า ดวงตาของเขาจึงแดงก่ำยังไม่ทันที่หลินเมิ้งหยาจะร้องห้าม หลินจงอวี้ก็พุ่งตัวออกไปแล้ว“ระวังตัวด้วย”ทำได้เพียงส่งเสียงกำชับเขา เสี่ยวอวี้เป็นคนฉลาด เขาจึงเข้าโจมตีชายที่หันหลังให้ผลปรากฏว่าเสี่ยวอวี้ต่อยตีกับพวกเขาจนในที่สุดเด็กน้อยที่ถูกจับก็ดิ้นหนีมาได้เด็กน้อยผู้น่าสงสารถูกเขาอุ้มกลับมายังรถม้าของหลินเมิ้งหยาเด็กน้อยกำลังหวาดผวา เขาเอาแต่ร้องไห้ หดตัวลง ไม่กล้าเข้าใกล้หลินเมิ้งหยา
หลังออกจากตำหนักหยาเสวียนในคืนนั้น พระสนมเต๋อเฟยโกรธเกรี้ยวยิ่งนัก
หลายวันมานี้อ้างว่าเจ็บป่วยจึงไม่ยอมให้ใครพบหน้า แม้แต่เจียงหรูฉินจอมหยิ่งยโสยังสงบเสงี่ยมมากขึ้น
อากาศเริ่มเย็นลงเรื่อยๆ
ทุกตำหนักล้วนจุดไฟเพื่อให้ความอบอุ่น ส่วนบริเวณสวนของหลินเมิ้งหย