ร่งน้อยชิ้นไปยั่วยวนผู้ชายถึงที่ยังจะต้องเกรงข่าวลือใดๆ อีกหรือ?
ดูเหมือนหลงเทียนอวี้จะไม่ติดเบ็ด นางจึงมาร้องคร่ำครวญอยู่ที่นี่
พระสนมเต๋อเฟยนี่หนา นางต้องลำบากทั้งกายทั้งใจเพื่อผลักดันผู้หญิงคนหนึ่งให้ขึ้นไปนอนร่วมเตียงกับลูกชายของตนเอง
“น้องหรูฉินอย่าได้เอาความตายมาล้อเล่นเช่นนี้เลย หากชื่อเสียงของเจ้าป่นปี้จริง การออกบวชเป็นแม่ชีก็นับว่าเป็นวิธีที่ไม่เลว น้องหรูฉินคงกำลังทุกข์ระทมขมขื่นเป็นอย่างยิ่ง แต่ถึงแม้ข้าจะมีอำนาจในการดูแลจวนแห่งนี้ ทว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ ฉะนั้นคนที่ต้องตัดสินใจคือท่านอ๋อง เพราะท่านอ๋องต่างหากที่เป็นเจ้าบ้านที่แท้จริง เช่นนั้นน้องหรูฉินไปพูดกับท่านอ๋องด้วยตัวเองเถิด”
ริมฝีปากแดงของหลินเมิ้งหยาส่งเสียงเจื้อยแจ้วชัดเจน
หากคิดจะเข้ามาอยู่ในจวนแห่งนี้ นางต้องได้รับอนุญาตจากหลงเทียนอวี้ก่อน
มิเช่นนั้นก็อย่าฝัน
“พี่สะใภ้ไม่คิดจะยอมรับข้าใช่หรือไม่?”
หลังจากร้องห่มร้องไห้อยู่นาน ในที่สุดเจียงหรูฉินก็เผยตัวตนที่แท้จริงออกมา
จ้องหน้าหลินเมิ้งหยาเขม็ง ราวกับว่านางสามารถพุ่งตัวเข้ามาจับหลินเมิ้งหยาเคี้ยวกลืนได้ทุกเมื่อ
“ข้ายอมรับเจ้าหรือไม่นั้นอยู่ที่การตัดสินใจของท่านอ๋อง น้องหรูฉิน ข้าขอแนะนำให้เจ้ารักตัวเองให้มากกว่านี้”
หลินเมิ้งหยามิใช่พระโพธิสัตว์ หลังจากได้เห็นท่าทางของเจียงหรูฉินแล้ว รอยยิ้มบนใบหน้าพลันเหือดหายไป
“เมิ้งหยา วันนี้เจ้าออกไปข้างนอกทั้งวัน