ใช่หรือไม่? ออกไปทำอะไรอย่างนั้นหรือ ลองเล่าให้เปิ่นกงฟังหน่อยจะเป็นไร?”
อยู่ๆ พระสนมเต๋อเฟยก็เอ่ยเปลี่ยนเรื่อง บรรยากาศในตำหนักพลันกดดันขึ้นทันที
นางตกตะลึง หรือเรื่องกลุ่มสามสหายจะแตกแล้ว?
นางข่มความตื่นตระหนกลง หลินเมิ้งหยาไม่พูดอะไร แต่รอให้พระสนมเต๋อเฟยเป็นคนเปรยออกมาก่อน
“เจ้าเป็นถึงพระชายา แต่กลับออกไปขลุกอยู่ด้านนอกตลอดทั้งวัน เปิ่นกงยังได้ยินอีกว่าเจ้าไปอยู่ที่ร้านหรูอี้ เจ้าคิดว่าการกระทำของเจ้าเหมาะสมหรือไม่?”
พระสนมเต๋อเฟยยกกฎระเบียบของวังหลวงมากล่าวอ้าง แต่กลับเป็นเพียงข้ออ้างในการบีบบังคับหลินเมิ้งหยาแต่เพียงเท่านั้น
นางยกยิ้มเบาๆ ดูเหมือนความลับเรื่องกลุ่มสามสหายจะยังไม่แตก
“ร้านหรูอี้มีชื่อเสียงโด่งดังในเมืองหลวง การที่หม่อมฉันไปที่นั่นคงมิใช่เรื่องผิด”
อย่าว่าแต่นางเลย แม้แต่คุณหนูชนชั้นสูงต่างก็พากันไปพบปะพูดคุยจิบน้ำชากันที่นั่น
พระสนมเต๋อเฟยเพียงคิดอยากหาข้ออ้างบังคับนางเท่านั้น
“เช่นนั้นหรือ? แต่เปิ่นกงได้ยินมาว่าเจ้ากับเถ้าแก่ร้านหรูอี้มีความสัมพันธ์ที่คลุมเครือ ได้ยินมาว่าเถ้าแก่ร้านแห่งนั้นชื่อว่ามั่วหรานใช่หรือไม่? เป็นชื่อที่สง่างามยิ่งนัก เพราะเหตุนี้จึงดึงดูดความสนใจของเจ้าได้”
ตอนนี้หลินเมิ้งหยามั่นใจแล้วว่าพระสนมเต๋อเฟยกำลังพูดจาปั้นน้ำเป็นตัว
“ถูกต้องเพคะ เจ้าของร้านทั้งสองนามว่ามั่วหรานและชิงหลี หม่อมฉันกับพวกเขามีความสัมพันธ์ที่ไม่เลวเลย แต่หาใช่ควา