มสัมพันธ์ที่ไม่ชัดเจนตามคำกล่าวอ้างหากหมู่เฟยไม่สบายพระทัยก็สามารถส่งคนไปตรวจสอบได้เพคะ”
ท่าทางไม่ใส่ใจของหลินเมิ้งหยาทำให้พระสนมเต๋อเฟยหมดหนทาง
ยิ่งไปกว่านั้น นางไม่มีหลักฐานอันใด
“พี่สะใภ้จะพูดเช่นนั้นก็ไม่ถูก หากเรื่องของท่านกับเถ้าแก่ร้านนั้นถูกแพร่งพรายออกไป แล้วท่านพี่อ๋องอวี้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน หากมองจากความหยิ่งทะนงของเขา เขาไม่มีทางยินยอมให้พระชายาของตนเองต้องมีข่าวลือเสียๆ หายๆ”
เจียงหรูฉินหยัดตัวขึ้นจากพื้น สายตาเย็นชาเสมือนงูพิษ เหตุใดหลินเมิ้งหยาจึงหลงผิดมองว่านางเป็นกระต่ายตัวน้อยไร้พิษสงไปได้นะ?
“คิดจะปล่อยข่าวลือเสียหายของข้า เช่นนั้นจงรีบไปพูดเถิด แต่พวกเจ้าไม่มีทางบีบบังคับให้ท่านอ๋องเชื่อได้ น้องหรูฉิน ข้าเห็นเจ้าเป็นแขก ดังนั้นข้าจึงไม่คิดเอาเรื่อง แต่ถ้าหากเจ้าเห็นว่าข้าเป็นพวกที่สามารถรังแกได้ง่ายๆ แล้วล่ะก็ เช่นนั้นอย่าหาว่าข้าใจร้ายเลย”
แม้หลินเมิ้งหยาจะยังนั่งอยู่กับที่ ทว่าความสง่างามของนางแผ่กระจายไปทั่วทั้งห้อง
ไม่ว่าพระสนมเต๋อเฟยหรือเจียงหรูฉิน พวกนางล้วนกำลังทดสอบความอดทนของหลินเมิ้งหยาอยู่
แต่เมื่อถูกฉีกหน้าเช่นนี้นางจึงไม่จำเป็นต้องสนใจอะไรอีกแล้ว
กวาดสายตา ก่อนจะกล่าวเสียงเย็น
“หากเจ้าคิดจะเข้ามาอยู่ในจวนอวี้ ไม่ว่าจะในฐานะสนมหรือชายารอง แต่จงจำเอาไว้ว่าเจ้ายังต้องเป็นรองจากข้า หาข้ายังอยู่ที่นี่ อย่าได้คิดว่าจะตบแต่งเข้ามาได้ง่ายๆ คิดหรือว่าเพียงเ