น้าของป๋ายจีเบาๆ พลางปลอบเสียงอ่อนโยน“เพราะมีชะตาต้องกัน ดังนั้นจึงได้รู้จักกันเช่นนี้ ที่พวกเจ้าปฏิบัติกับข้าเช่นนี้ ทั้งหมดก็ล้วนเป็นเพราะการกระทำของข้า ป๋ายซ่าว….หากนางหักหลังข้า ข้าจะทำเป็นตาบอดดูสักครั้งก็แล้วกัน”
บางทีอาจเพราะช่วงนี้อากาศค่อนข้างหนาว การสัญจรบนถนนจึงไม่คึกคักเหมือนแต่ก่อน
หลินเมิ้งหยาสวมเสื้อคลุมกันหนาวสีแดงสด เส้นไหมสีแดงอมส้มปักเป็นลายก้อนเมฆ
งานปักมีความประณีตไร้ตำหนิ
ขนาดเสื้อพอดีตัว มองปราดเดียวก็รู้ว่าเสื้อตัวนี้เป็นงานฝีมือของป๋ายจี
“เจ้าดูสิ ฝีมือของป๋ายจีไม่เลวเลยจริงๆ พอข้าได้ใส่ก็ไม่อยากถอดออกเลย”
บนรถม้า หลินเมิ้งหยาเอ่ยชมสาวใช้ของตนไม่หยุดปาก
ป๋ายจีหน้าแดงระเรื่อ นับตั้งแต่เข้ามาอยู่ในจวน เสื้อผ้าของหลินเมิ้งหยาล้วนมาจากฝีมือของนางทั้งสิ้น
“นั่นสิเจ้าคะ พี่ป๋ายจีดีที่สุดเลย เสื้อผ้าในตำหนักของเราล้วนเป็นงานฝีมือของพี่ป๋ายจีและน้าป๋ายเป็นคนทำทั้งหมด เมื่อเทียบกับของที่ซื้อมาใส่แล้ว เสื้อผ้าเหล่านี้อบอุ่นกว่าตั้งเยอะ”
ป๋ายจื่อเด็กที่สุด ครึ่งปีที่ผ่านมานางเติบโตขึ้นมาก แต่ถึงกระนั้นก็ยังมีลักษณะท่าทางของเด็กอยู่ ไร้ซึ่งความเป็นผู้ใหญ่อย่างสิ้นเชิง
“เจ้านี่นะ”
หลินเมิ้งหยาเคาะหน้าผากนาง สายตาหยุดลงบนใบหน้าแดงระเรื่อของป๋ายจี
ทว่านางกลับได้เห็นป๋ายจีมีสีหน้าเสมือนกำลังกลัดกลุ้มใจ
“ป๋ายจี เจ้ามีเรื่องปิดบังข้าหรือไม่?”
เมื่อได้ยินคำพูดของหลินเมิ้งหยา