“เจ้าสามารถสงสัยในตัวตนของข้าได้ แต่เจ้าจะสงสัยวิชาแพทย์พิษของข้าไม่ได้!”
เพียงได้ยินคำตอบโต้ ป๋ายหลี่รุ่ยหันขวับมาถลึงตาใส่ชายตรงหน้า
“ตัวตน? ท่านมีสิ่งใดให้น่าเชื่อถือกัน? คุณชายกูซู หากมิใช่เพราะเจ้า ข้าคงไม่ต้องตกอยู่ในสภาพเช่นนี้!”
หยุนจู๋แผดร้องเสียงดังลั่น ก่อนที่นางจะหายไปในทางเดินลับ
“คุณชายกูซู? นาง….นางคือหยุนซี!”
เสมือนถูกสายลมกรรโชก ป๋ายหลี่รุ่ยไม่เคยตกอยู่ในสถานการณ์คับขันเช่นนี้มาก่อน
ดวงตาเบิกกว้าง จ้องมองเส้นทางลับเขม็ง
ก่อนที่สายตาของเขาจะเปลี่ยนเป็นยอมจำนน
“หยุนจู๋ รอข้าก่อน”
หลินเมิ้งหยาคิดจะวิ่งตามออกไป แต่นางกลับได้เห็นสภาพของอาจารย์ที่ไม่ต่างอะไรจากหุ่นกระบอก
เขานิ่งงั่น สายตาจับจ้องเลือดสีแดงอมม่วงด้วยท่าทางเลื่อนลอย
“ท่านอาจารย์ ตกลงนี่มันเรื่องอะไรกันแน่? คุณชายกูซูกับหยุนซีคือใคร?”
หลินเมิ้งหยามิอาจเดินหน้าหรือถอยหลัง อาการของหยุนจู๋ในตอนนี้ยังน่าเป็นห่วง
นางกลัวว่าหากหยุนจู๋ถูกกระตุ้น นางจะกลายเป็นคนเสียสติ
ทว่าอาการของท่านอาจารย์เองก็ย่ำแย่มิต่างกัน หลังจากครุ่นคิดดูแล้ว หลินเมิ้งหยาตัดสินใจอยู่กับอาจารย์ของนางก่อน
“เฮ้อ ทั้งหมดล้วนเป็นโชคชะตา”
ป๋ายหลี่รุ่ยหยิบปิ่นไข่มุกออกมาจากในวงแขน
ปิ่นอันนั้นดูเก่า แต่กลับงดงามเกินพรรณนา
ไข่มุกที่ถูกฝังถูกขัดจนเงางาม นางเห็นป๋ายหลี่รุ่ยหยิบมันออกมาพลิกดู
“ท่านอาจารย์ ข้าเคยได้ยินหยุนจู๋เล่าว่านางเคยรักผู้ชายคนหนึ่ง