ท่านต้องการการให้อภัยจากนาง เช่นนั้นท่านต้องเป็นคนมอบมันด้วยตนเอง”
หลินเมิ้งหยาคืนปิ่นมุกกลับไป เรื่องนี้ควรให้พวกเขาเป็นคนแก้ไขเองจึงจะถูก
เดินออกจากทางลับ แต่กลับแปลกใจที่ได้เห็นหยุนจู๋ยังยืนอยู่หน้าประตูสวน
เหตุเพราะความตื่นตระหนกเมื่อครู่ นางจึงยังมิได้คลุมใบหน้า
รูที่ถูกอาจารย์ใช่เข็มแทงเข้าไปบนใบหน้ามีเลือดสีแดงม่วงซึมออกมา
ภายใต้ความมืด ใบหน้าเหี่ยวย่นดังคนชรา รอยเลือดที่ซึมออกมาบนใบหน้าส่งผลให้รูปลักษณ์ของนางในเวลานี้มิต่างอะไรจากภูติผีปีศาจ
“หากเจ้าอยากตายก็จงตื่นตระหนกเช่นนี้ต่อไป”
หลินเมิ้งหยาไม่กล้าเข้าใกล้ ทำได้เพียงส่งเสียงเตือนไกลๆ
มิรู้ว่าเพราะเสียงเตือนของหลินเมิ้งหยาได้ผล หรือเพราะหยุนจู๋เริ่มสงบลงแล้ว
“ถ้าหากเจ้าบอกข้าว่าคนที่รักษาข้าได้คือเขาล่ะก็ ข้ายินยอมที่จะตาย”
หยุนจู๋ที่สงบลงแล้วยกผ้าขึ้นมาคลุมใบหน้า
ทว่าน้ำเสียงกลับเจือไว้ซึ่งความเย็นชา ราวกับคนที่เคยมีความแค้นต่อกันมาอย่างเนิ่นนาน
“ข้าไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดเจ้าจึงเกลียดชังท่านอาจารย์ แต่เรื่องนี้ผ่านมานานถึงสิบห้าปีแล้ว เจ้าอย่าได้นำชีวิตของตนเองมาล้อเล่นเลย”
หลินเมิ้งหยาคิดมาตลอดว่าคนที่หยุนจู๋ต้องการจะช่วยคือคนรักคนนั้นของนาง
แต่เมื่อได้เห็นเหตุการณ์เมื่อครู่ ราวกับว่านางมีความแค้นกับท่านอาจารย์อยู่
เฮ้อ ไม่ว่าคนฉลาดเฉลียวคนไหนต่างก็ล้วนกลายเป็นคนโง่เขลาเพราะความรัก
“เกลียด? เขาไม่มีค่าพอ! เจ้าพูดถูก ข้า