นชิงหูจึงรู้สึกดีใจอย่างบอกไม่ถูก
ภายในห้องจึงเหลือเพียงหลินเมิ้งหยาผู้เดียว
“ผู้ชายนี่นะ เขามักมีช่วงเวลาบุ่มบ่ามวู่วามเสมอ เจ้าสามารถใช้มีดแทงเขาก็ได้นี่ หรือเจ้าไม่อยากทำกันแน่?”
เสียงของหยุนจู๋ดังขึ้น จู่ๆ เงาดำก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าของนาง
ดูเหมือนวันนี้ห้องนอนของนางจะครึกครื้นมากเป็นพิเศษ
“เขาเป็นถึงท่านอ๋อง หากตายไปรังแต่จะเกิดเรื่องยุ่งยาก”
ทว่าหัวใจของหลินเมิ้งหยากลับมีเสียงเล็กๆ เสียงหนึ่งร้องคัดค้านคำพูดนี้
เหตุผลที่แท้จริงนั้น แม้แต่ตัวนางเองยังไม่อยากจะยอมรับ
“อืม นั่นก็ใช่ วางใจเถิด ข้าไม่สนใจเรื่องความรู้สึกของผู้อื่นหรอก”
หยุนจู๋ถอดผ้าคลุมสีดำบนใบหน้าออก เผยให้เห็นใบหน้าที่มีริ้วรอยเหี่ยวย่นราวกับคนชรา
ทุกครั้งที่อยู่ในกลุ่มสามสหาย นางมักจะปิดบังใบหน้าเอาไว้เสมอ จึงไม่มีใครรู้เลยว่าหญิงชราในชุดดำผู้นี้คือหญิงสาวที่เคยงดงามเป็นอันดับหนึ่งของเมือง
“ข้าได้ยินชิงหูเอ่ยว่าเจ้ากำลังศึกษาวิธีที่ช่วยให้ใบหน้าของข้ากลับมาเป็นเหมือนเดิมได้แล้ว?”
เมื่อถูกเอ่ยถาม หลินเมิ้งหยาพยักหน้า แต่ก็ส่ายหน้าอีกครั้ง
“หมายความเช่นไร?”
หยุนจู๋จ้องหน้าหลินเมิ้งหยาด้วยความร้อนใจ นางหวังว่านางจะกลับมางดงามอีกครั้ง
“พิษของเจ้ายังไม่สามารถถอนออกได้ในคราวเดียว ข้าสามารถสะกดพิษทั้งหมดเอาไว้ได้ แต่ก็ไม่รู้ว่าจะเกิดผลข้างเคียงเช่นไร”
นี่เป็นวิธีการสะกดพิษที่ท่านอาจารย์คิดค้นขึ้น ทว่าหากทำเช่นนั้นก็อาจจะย