ว่าตอนหิมะตกหรือพายุเข้าเล็กน้อยเท่านั้น
เมื่อร้องไห้นานเข้า แม้แต่น้ำตาสักหยดก็ไม่มีเหลือ
“เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับข้า”
หลงเทียนอวี้ขมวดคิ้วเข้าหากันแน่น ไม่มองแม้แต่หน้าของญาติผู้น้อง
เรื่องคราวก่อนทำให้เขารังเกียจผู้หญิงคนนี้จับใจ
หากมิใช่เพราะตอนเด็กเคยมีช่วงเวลาดีๆ ร่วมกัน ป่านนี้เขาคงไล่นางไปแล้ว
คิดไม่ถึงเลยว่าหมู่เฟยจะปล่อยให้นางดูแลจวน
หากมิใช่เพราะหลินเมิ้งหยายังคงนิ่งเงียบ ไม่ยอมมาฟ้องเขาแล้วล่ะก็ ป่านนี้เขาคงไปแย่งอำนาจคืนให้แก่นางแล้ว
ทว่าคนที่แล่นเข้ามาฟ้องเขากลับกลายเป็นเจียงหรูฉิน
“ท่านพี่ ข้าเพียงแต่ทำเพื่อท่าน ท่านลองตรองดูเถิด นับตั้งแต่วันที่นางเข้ามาดูแลจวน จวนแห่งนี้ต้องพบเจอเรื่องเลวร้ายอันใดบ้าง ที่ท่านป้าทำเช่นนี้ก็เพื่อท่าน”
หลงเทียนอวี้รู้ดีที่สุด ที่เกิดเรื่องนั้นขึ้นก็เพราะมีคนประสงค์ร้ายกับเขา
แท้ที่จริงคนที่เหนื่อยที่สุดคือหลินเมิ้งหยาต่างหาก
หัวคิ้วหลงเทียนอวี้ขมวดมุ่น เขาไม่อยากได้ยินคนอื่นพูดถึงนางในทางที่ไม่ดี
“นางบอกว่าของในห้องเก็บของเล็กเป็นสินเดิมของนาง ล้อเล่นอย่างนั้นหรือ นางคิดว่าสินเดิมมีใช่ทรัพย์สินของจวนอวี้หรืออย่างไร?”
เจียงหรูฉินคิดว่าที่ญาติผู้พี่ของตนเองคิ้วขมวดก็เพราะถูกนางพูดโน้มน้าวสำเร็จจึงรีบใส่ฟืนในกองไฟทันที
ในที่สุดหลงเทียนอวี้ก็เงยหน้าขึ้น ก่อนจะส่งสายตาเย็นชาไปที่นาง
“สินเดิมคือของของนาง ไม่เกี่ยวข้องกับข้า”
เจียงหรูฉินโกรธจน