ต่อให้เป็นพระสนมเต๋อเฟยก็มิอาจปกป้องเจ้าได้”
หลินเมิ้งหยาเอ่ยเสียงเรียบทว่าเจือด้วยความเย็นชา
เมื่อนายหญิงเอ่ยเช่นนั้น เหล่าสาวใช้จึงเลิกยืนขวางประตู
ผอจื่อคนนั้นกระหยิ่มยิ้มย่องอย่างลำพองใจ มีแต่คนเอ่ยว่าชายาอวี้เป็นคนที่รับมือด้วยยาก แต่เพราะวันนี้นางได้รับคำสั่งจากพระสนมเต๋อเฟย พระชายาจึงแสดงกิริยาว่านอนสอนง่าย
“พระชายาโปรดวางพระทัย หนู่ปี้รู้กฎระเบียบเป็นอย่างดี ไม่มีทางทำผิดกฎระเบียบอย่างแน่นอนเจ้าค่ะ”
“ดี เช่นนั้นก็เชิญ”
หลินเมิ้งหยาหมุนตัวเดินเข้าไปในตำหนัก
นี่…คือพระชายาของพวกนางจริงหรือ?
นั่งอยู่ในห้อง ป๋ายจีช่วยหลินเมิ้งหยาหวีผม
เมื่อครู่นางรีบร้อนออกไป ดังนั้นเส้นผมจึงปล่อยสยายอยู่ด้านหลัง
หลินเมิ้งหยามองผ่านกระจก นางเห็นพระหัวโล้นเริ่มชี้โน่นชี้นี่
หยิบหวีที่อยู่ข้างกายมาหวีผมของตนเอง
“นายหญิง ชิงหูเอ่ยว่าเตรียมการพร้อมแล้วเจ้าค่ะ ที่เหลือรอเพียงแค่พวกเขาโยนหินลงเท้าตัวเองแต่เพียงเท่านั้น”
ป๋ายจีส่งเสียงเรียบ ราวกับว่าได้เตรียมการทำให้คนเหล่านั้นพบกับเรื่องเลวร้ายเสร็จเรียบร้อยแล้ว
“อืม ทำตามที่เขาบอกเถิด ขอเพียงอย่าถึงกับเอาชีวิตผู้อื่นก็พอ เข้ามา ปิดประตูตำหนักของข้า หากข้ามิสั่ง ห้ามมิให้ผู้ใดออกไปจากที่นี่”
“เจ้าค่ะ”
เพิ่งจะเข้ามาในตำหนักได้ไม่นาน สาวใช้ทั้งสี่รีบกลับเข้ามาในตำหนักด้วยความขุ่นเคือง
ผอจื่อยังคงลำพองใจเดินนำพระอาจารย์รูปนั้นสำรวจตำหนัก
ห้องในเรือนเล็ก