ียมอาหารเย็นขมวดคิ้วเข้าหากันแน่น เดินกลับมาถึงตำหนักหลิวซิน“เกิดอะไรขึ้น? ใครทำให้เจ้าอารมณ์เสียกัน?”ป๋ายจีกำลังเย็บผ้าลายดอกโบตั๋น มองดูสาวน้อยตรงหน้า“ไม่มีหรอก แต่…พวกเขาถามข้าเกี่ยวกับเรื่องราวในอดีตของนายหญิง”คำพูดของของป๋ายจื่อทำให้หลินเมิ้งหยาซึ่งกำลังอ่านหนังสืออยู่บนโต๊ะเงยหน้าขึ้น“เอ๋? พวกเขาพูดถึงข้าทำไมกัน?”ป๋ายจื่อหยิบลูกแพร์ขึ้นมาหนึ่งลูกแล้วพลิกซ้ายพลิกขวา“พวกนางถามทุกอย่างเลยเจ้าค่ะ แต่ที่ถามมากที่สุดคือฮูหยินตายได้อย่างไร แล้วยังถามเรื่องเมื่อครั้นนายหญิงยังเป็นเด็กอีกเจ้าค่ะ”ครั้นนางยังเด็ก? หลินเมิ้งหยาครุ่นคิด ทุกคนในเมืองหลวงล้วนรู้จักนาง อีกทั้งคนส่วนใหญ่ยังรู้เรื่องเกี่ยวกับนางเหตุใดพวกเขาจึงมาขุดคุ้ยเรื่องราวในอดีตของนางกัน?“เช่นนั้นเจ้าตอบว่าอย่างไร?”หลินเมิ้งหยาวางหนังสือในมือลงก่อนจะเอ่ยถาม“ข้ามิได้ตอบอันใดเลยเจ้าค่ะ พี่ป๋ายจีเคยสั่งเอาไว้ว่าห้ามพูดจาเลื่อนเปื้อนเกี่ยวกับเรื่องของนายหญิง”หลินเมิ้งหยาส่งสายตาชื่นชมไปทางป๋ายจี ดูเหมือนนางจะคิดถูกแล้วที่ปล่อยให้สาวใช้คนนี้ดูแลเรื่องในตำหนัก“ไม่เป็นไร วางใจเถิด อาจเป็นเพียงการซุบซิบนินทาแต่เพียงเท่านั้น ยิ่งไปกว่านั้น เรื่องของข้าก็หาใช่ความลับอะไร”หลินเมิ้งหยาครุ่นคิด มิได้มีสิ่งไหนไม่ถูกต้องคนในจวนแห่งนี้มีมากมาย เมื่อผู้หญิงอยู่รวมกลุ่มกัน พวกนางมักจะพูดนู่นพูดนี่ไปเรื่อยนางครุ่นคิด บางทีอาจเพราะช่วงนี้มีเ