รื่องเกิดขึ้นมากมายจึงกระตุ้นต่อมอยากรู้อยากเห็นของผู้อื่น“ถึงอย่างไรพวกนางก็มิกล้าติฉินนินทานายหญิงหรอกเจ้าค่ะ หากข้าได้ยินขึ้นมา ข้าจะแหกปากพวกนางให้หุบไม่ได้เลยทีเดียว”ใช่แล้ว หลินเมิ้งหยาหัวเราะ มองดูป๋ายจีที่ส่งสายตากำราบไปทางป๋ายซ่าวตำหนักของนางยังมีสาวร้อนแรงคนนี้อยู่นี่นาใครจะกล้าหาเรื่องนางกัน?รถม้าของพระสนมเต๋อเฟยเคลื่อนมาถึงในเวลาพลบค่ำนางที่เป็นลูกสะใภ้จึงพาสาวใช้ของตนเองและผอจื่อไปรอต้อนรับหน้าประตูพระสนมเต๋อเฟยผู้สง่างามลงจากรถม้าหลงเทียนอวี้จับมือของนางทว่าคิ้วขมวดเข้าหากันแน่น“ยินดีต้อนรับหมู่เฟยกลับจวนเพคะ”หลินเมิ้งหยาถวายคำนับตามขนบธรรมเนียมประเพณี ขณะที่คิดจะเข้าไปพยุงแขนอีกข้างของนาง นางกลับเอี้ยวตัวหลบหลินเมิ้งหยาชะงักอยู่กับที่ ทำอะไรไม่ถูก“อืม เปิ่นกงเหนื่อยแล้ว เจ้ากลับไปเถิด ต่อจากนี้ไปหากมิมีเรื่องอันใดอย่าได้มาที่ตำหนักของเปิ่นกง”ส่งเสียงเย็นชา ไร้ซึ่งความสนิทชิดเชื้อเหมือนก่อนหลินเมิ้งหยาผงะ นี่มัน…เกิดอะไรขึ้นกันแน่?“พระชายากลับไปก่อนเถิดเพคะ จิ่นเยว่จากไปแล้ว เหนียงเหนียงอารมณ์ไม่ดีนัก”น้าจิ้งเยว่ที่ยืนอยู่ด้านข้างส่งเสียงอ่อนโยนหันไปมองน้าจิ้งเยว่ที่ไม่ค่อยพูดค่อยจากับตนเองเท่าไรนัก หลินเมิ้งหยาพยักหน้ารับนาง…จำไม่ได้ว่าตนเองทำอะไรผิด“เพราะเหตุนี้เหนียงเหนียงจึงอารมณ์ไม่ดีสินะ น้าจิ่นเยว่จากไปแล้ว”หลังจากกลับมายังตำหนักหลิวซิน พ่อบ้านเติ้งมาถวายคำนับน