างเป็นกรณีพิเศษหลินเมิ้งหยาเพิ่งรู้ว่าน้าจิ่นเยว่ผู้อ่อนโยนป่วยตายในวังหลวงทว่านางไม่เชื่อทั้งที่ก่อนที่จะแยกจากกับน้าจิ่นเยว่ น้าจิ่นเยว่ไม่มีวี่แววของอาการเจ็บป่วยเหตุใดจึงเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นในวังหลวง?“ป๋ายจี เจ้าไปบอกท่านอ๋องหน่อยว่า หากพระองค์เสด็จกลับตำหนักแล้ว ข้ามีเรื่องจะปรึกษาพระองค์”“เจ้าค่ะ”ป๋ายจีรีบไปส่งข่าวที่ตำหนักฉินหวู่ ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม หลินเมิ้งหยารู้สึกว่าสีหน้าของพระสนมเต๋อเฟยผิดปกติไปไม่นาน ป๋ายจีรีบวิ่งกลับมายังตำหนักหลิวซินคิ้วของสาวใช้ขมวดเข้าหากันแน่นราวกับว่ามีเรื่องร้อนใจ“เป็นอะไรไป? ใครทำอะไรเจ้า?”ป๋ายจีส่ายหน้า ชำเลืองมองหลินเมิ้งหยา“หม่อมฉันมิได้เข้าไปเรียนเชิญท่านอ๋องเพคะ เพียงไปถึงหน้าประตูตำหนักฉินหวู่ก็ถูกทหารองครักษ์ห้ามเอาไว้ พวกเขาเอ่ยว่าพระสนมเต๋อเฟยมีรับสั่งห้ามมิให้คนของตำหนักหลิวซินเข้าไปยังตำหนักฉินหวู่”หลังจากได้ยินคำพูดของป๋ายจี คิ้วของหลินเมิ้งหยาขมวดเข้าหากันแน่นเกิดอะไรขึ้น ตกลงนางทำอะไรให้พระสนมเต๋อเฟยเกลียดกันแน่?“บางทีอาจเพราะท่านอ๋องกำลังเหนื่อย ช่างเถิด เอาไว้มีโอกาสเมื่อไหร่ค่อยว่ากัน พวกเจ้าออกไปก่อนเถิด ข้าอยากอยู่เงียบๆ คนเดียว”หลินเมิ้งหยารู้สึกสงสัยเล็กน้อย เมื่อก่อนพระสนมเต๋อเฟยมักจะให้น้าจิ่นเยว่โน้มน้าวท่านอ๋องมายังตำหนักของนางทว่าวันนี้นางกลับออกคำสั่งมิให้ตนเองเข้าไปยังตำหนักของหลงเทียนอวี้ความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นี้