ยงหลินเมิ้งหยา สายตาอ่อนโยนจับจ้องไปยังพี่สาวที่กำลังนอนอยู่บนเตียง
หลินเมิ้งหยาที่หลับใหลมิได้สติกำลังนอนฝันหวานเพราะฤทธิ์ยา
หลับสนิทตลอดคืน ไม่รู้ว่าเมื่อคืนใครใส่ยาเหลียวซางเซิ่งให้ นางจึงไม่รู้สึกเจ็บเท่าไรแล้ว
แต่เพราะบาดแผลยังไม่หายสนิทจึงยังขยับตัวได้ไม่สะดวกนัก
ดังนั้นการเรียนวิชาแพทย์พิษกับป๋ายหลี่รุ่ยจึงต้องเว้นระยะออกไป
“เมื่อคืนท่านอ๋อง นายน้อยอวี้และชิงหูล้วนอยู่เฝ้านายหญิงข้างเตียงกว่าค่อนคืนเจ้าค่ะ ท่านป๋ายหลี่มาดูอาการหนึ่งรอบ เอ่ยว่านายหญิงดวงดี ไม่เป็นอันตรายแล้ว แม้แต่ไข้ก็ไม่มีเจ้าค่ะ”
ป๋ายจีพูดพลางส่งช้อนให้กับนายหญิงเพื่อกินโจ๊ก
“โอ้ ลำบากทุกคนแล้ว”
คิดไม่ถึงเลยว่าแม้แต่ท่านอาจารย์ก็ออกมาดูอาการของนาง
หลินเมิ้งหยารู้สึกอบอุ่นใจ ความหวานของโจ๊กยังมิอาจเทียบกับความหวานล้ำในหัวใจชั่วขณะนี้ได้
ตั้งแต่ตื่นนอนจนกระทั่งตอนนี้ หลินเมิ้งหยาเข้าใจแล้วว่าอะไรที่เรียกว่าข้าวมาอ้าปาก เสื้อมาอ้าแขน
เพราะเหตุนี้ในช่วงเวลาพักฟื้นทุกคนจึงควรมีคนคอยปรนนิบัติรับใช้
รู้สึกไม่เลวเลยจริง ๆ
โดยเฉพาะสาวใช้ของนางที่มีมากถึงสี่คน
“จริงสิ มีข่าวจากวังหลวงบ้างหรือไม่?”
พระสนมเต๋อเฟยยังอยู่ในวัง นางไม่คิดหรอกว่าฮองเฮาจะใจดีถึงขนาดรั้งตัวพระสนมเต๋อเฟยเอาไว้เพียงเพื่อจิบชา
“ยังเจ้าค่ะ เหตุใดพระสนมเต๋อเฟยจึงไม่กลับมาพร้อมกับพวกท่านหรือเจ้าคะ?”
ดูเหมือนว่าสาวใช้ทั้งสี่จะยังไม่รู้ว่าคู่ปรับที่