อกไปแล้วครึ่งหนึ่งแต่พิษเหล่านั้นก็ยังคงอยู่”
พิษในร่างกายของหลินเมิ้งหยาแปลกประหลาดมาก ในเวลาปกติมักจะไม่แสดงอาการใดๆ
แต่ถ้าหากมันระเบิดขึ้นมา เกรงว่าจะอันตรายถึงชีวิต
“นี่…ข้าคิดว่าเจ้าอาจจะกินอะไรเข้าไปจึงสามารถควบคุมพิษเหล่านั้นได้”
ป๋ายหลี่รุ่ยรู้สึกประหลาดใจกับเหตุการณ์นี้ยิ่งนัก
เขาหยิบผงสีดำสนิทเตรียมจะใส่ลงในบาดแผลของหลินเมิ้งหยา
“ท่านอาจารย์…มิได้กำลังจะวางยาข้าใช่หรือไม่?”
หลินเมิ้งหยาเบิกตาโต จ้องมองอาจารย์ของตนเอง
ป๋ายหลี่รุ่ยถลึงตากลับ จ้องหน้าสุดยอดนักเรียนของตนเอง
นางเกิดมาเพื่อยั่วโมโหเขาหรืออย่างไร?
“ใช่แล้ว ข้ากำลังจะวางยาเจ้า เจ้าจะได้กลายเป็นคนที่มีความสามารถยิ่งขึ้น”
หลินเมิ้งหยาแลบลิ้นออกมา หัวเราะคิกคัก ปล่อยให้ป๋ายหลี่รุ่ยใช้ผงสีดำสนิทเทลงบนบาดแผลของตนเอง
“แม้อาจารย์ของเจ้าจะไม่เก่งเรื่องการรักษา แต่ก็ถือว่าเป็นปรมาจารย์ด้านยาพิษ บาดแผลแค่นี้นับเป็นเรื่องเล็กน้อย”
ป๋ายหลี่รุ่ยมิได้คุยโวโอ้อวดแต่อย่างใด ตลอดหลายวันมานี้ ภายใต้การรักษาด้วยยาพิษ บาดแผลที่ท้องของฮูหยินหวังกลายเป็นสีชมพูแล้ว
“ท่านอาจารย์ ข้ามีโอกาสได้ใช้ผงยาพิษที่ท่านให้ข้าเมื่อคราวที่แล้ว ผลลัพธ์ดีจนเกินกว่าจะพรรณนาได้”
หลินเมิ้งหยาครุ่นคิด ก่อนจะรายงานให้อาจารย์ของตนเองฟัง
ทว่าร่างกายของป๋ายหลี่รุ่ยแข็งทื่อ เขาเอ่ยถามโดยไม่หันหลังกลับมามอง
“เจ้าฆ่าคนอย่างนั้นหรือ?”
น้ำเสียงปกปิดความตื่นตระหนกเ