อย่างนั้นก็ยังรู้สึกไม่วางใจ“บางทีอาจจะคุยเรื่องที่พ่อของนางกำลังสร้างความลำบากให้กับท่านอ๋องกระมัง เมื่อคืนนางได้เห็นสภาพของฮูหยินหวังแล้ว ท่าทางตื่นตระหนกยิ่งนัก ฉะนั้นนางอาจจะยังไม่เข้าใจแผนการของพวกเราก็เป็นได้”หลินเมิ้งหยากลับมิได้ใส่ใจ ในเมื่อคุณหนูหวังนัดนางออกมา เช่นนั้นนางจะต้องได้ข่าวใหม่อย่างแน่นอนผลปรากฏว่าไม่นานก็มีคนเดินถือโคมไฟเข้ามาประตูเรือนถูกเปิดออกหญิงสาวในชุดสีแดงทับทิมก้าวเข้ามา“ขออภัยที่ทำให้พระชายาต้องรอนานเพคะ”หน้าตางดงามดั่งเช่นฮูหยินหวังเพียงแค่ต่างช่วงอายุเท่านั้น“ไม่เป็นไร แต่เจ้านัดข้าออกมาทำไมอย่างนั้นหรือ?”สีหน้าของคุณหนูหวังแสดงความอึดอัดสุดท้ายนางทอดถอนหายใจ“หม่อมฉันคิดไม่ถึงเลยว่าท่านพ่อจะเป็นคนไร้ยางอาย หากมิใช่เพราะอาการของท่านแม่ยังมิรู้ว่าจะเป็นหรือตายแล้วล่ะก็ หม่อมฉันคงไม่อยู่ที่บ้านหลังนั้นแล้ว”ยังไม่ทันจะพูดจบคุณหนูหวังก็ส่งเสียงสะอื้นท่าทางของนางน่าสงสารแม้แต่ป๋ายซูยังใจอ่อน“โอ้? ใต้เท้าหวังมีแผนอันใดอย่างนั้นหรือ?”หลินเมิ้งหยาเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง คุณหนูหวังก้าวเข้ามาข้างหน้าสองสามก้าว ก้มหน้าร้องไห้สะอึกสะอื้น“ท่านพ่อเอ่ยว่าหากท่านไม่ตาย เช่นนั้นข้าคงต้องแต่งงานกับคนสารเลว”ประโยคที่เอ่ยขึ้นเปี่ยมไปด้วยความเคียดแค้นคุณหนูหวังที่เคยมีท่าทีน่าสงสาร สายตาพลันแปรเปลี่ยนเป็นอำมหิตจู่ๆ นางชักมีดที่ส่องประกายคมกริบออกมาจากแขนเสื้อ ก่อนจะเตรีย