างคงพาคุณหนูซ่างกวนไปดูตัวถึงจวนอวี้แล้วแต่เพราะเหตุใดนางจึงมาพูดเรื่องนี้ต่อหน้าทุกคนกันแม้พระสนมเต๋อเฟยจะอนุญาตแต่นางเป็นชายาอวี้ดังนั้นย่อมมีสิทธิมีเสียงแต่ถ้าหากพระสนมเต๋อเฟยไม่อนุญาตเช่นนั้นเสียงซุบซิบนินทาคงแพร่กระจายให้ทุกคนได้ยินหลินเมิ้งหยาไม่ได้โง่ พระสนมเต๋อเฟยไม่ได้โง่ แต่นางใช้วิธีการปฏิเสธโดยตรง“ชายาหลิงหนาน แม้ข้ากับเจ้าจะสนิทสนมกันแต่เรื่องในจวนล้วนขึ้นกับหยาเอ๋อร์”พระสนมเต๋อเฟยยืนข้างกายหลินเมิ้งหยา ตลอดหลายปีที่ผ่านมา นางอดทนมามากเพียงพอแล้วผลปรากฏว่าสีหน้าของชายาหลิงหนานพลันเปลี่ยนไปท่าทางสนิทสนมเมื่อครู่เองก็หายไปด้วยสิ่งที่เข้ามาแทนที่คือความเกลียดชังและอิจฉาริษยา“ท่านเป็นถึงพระสนมเต๋อเฟย ข้าเป็นเพียงชายาของพระญาติแต่เพียงเท่านั้น ถึงอย่างไรก็มิอาจเทียบท่านได้ เฮ้อ น่าสงสารท่านอ๋องของหม่อมฉันเหลือเกิน เขายังคงรู้สึกกับพระองค์…”“บังอาจ!”สีหน้าของหลินเมิ้งหยาเปลี่ยนเป็นเย็นชาพร้อมส่งเสียงตวาดชายาหลิงหนานคิดไม่ถึงเลยว่าชายาอวี้ที่อายุยังน้อยผู้นี้จะกล้าขึ้นเสียงใส่นางตลอดหลายปีที่ผ่านมา เหตุเพราะเรื่องราวเก่าๆ ระหว่างตนเองกับพระสนมเต๋อเฟยดังนั้นนางจึงใช้ชีวิตอยู่ในรั้วในวังได้อย่างมั่นคงแม้แต่ตอนที่อยู่ในวังพระสนมเต๋อเฟยเองก็ต้องคอยปกป้องนางคิดไม่ถึงเลยว่าวันนี้จะถูกเด็กเมื่อวานซืนตะคอกใส่เช่นนี้อีกทั้งยังต่อหน้าทุกคนดังนั้นจึงเก็บสีหน้าอาการไม่อยู่“เจ้าคิดว่าตัวเ