าจึงอาเจียนไปสามวันสามคืนและกินอะไรไม่ลงแต่คิดไม่ถึงเลยว่าเจ้าเด็กน้อยคนนี้จะไม่รู้สึกใดๆ ทั้งสิ้น“ข้าเป็นผู้หญิงหรือไม่ จำเป็นต้องสงสัยเรื่องนี้ด้วยอย่างนั้นหรือ?”หลินเมิ้งหยายืดอกขึ้น สีหน้ามีเลศนัยระคนข่มขู่ชิงหูรีบเผ่นออกไปทันทีโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง มือถือถ้วยโจ๊กวิ่งออกจากห้องของหลินเมิ้งหยาไปในที่สุดรอยยิ้มก็ปรากฏอยู่บนใบหน้าขอเพียงมีเขาอยู่นางก็รู้สึกราวกับว่าตนเองไม่จำเป็นต้องกังวลอะไรสุดท้ายแล้วบนโต๊ะกินข้าวขนาดใหญ่กลับมีเพียงหลินเมิ้งหยาและป๋ายจื่อเท่านั้นที่กินข้าวได้อย่างหน้าตาเฉยสาวใช้อีกสามคนที่เหลือพยายามสะกดกลั้นความรู้สึกสะอิดสะเอียนเอาไว้ ดังนั้นจึงทำเพียงนั่งจิบชา“เจ้าเด็กน้อย สงวนท่าทีการกินอย่าให้มูมมามนักเลย ขนาดหมาข้างถนนยังกินเรียบร้อยกว่าเจ้าอีก”ชิงหูกลับไม่รู้สึกรู้สาอะไร เขากินอาหารด้วยท่าทางสบาย ๆยิ่งไปกว่านั้นเมื่อได้เห็นหลินเมิ้งหยายัดอาหารเข้าปากเป็นว่าเล่น เขาก็รู้สึกมีความสุขเหลือเกิน“ไป ไป ไป ถ้าพูดอะไรดีๆ ไม่เป็นก็ไม่ต้องพูด เจ้าน่ะสิหมาข้างถนน”หลินเมิ้งหยาถลึงตาใส่ชิงหู เรื่องนี้จะว่านางก็ไม่ถูกเมื่อก่อนตอนที่นางทำการทดลองกับอาจารย์ นางมักจะไม่ได้กินอะไรเลยตลอดทั้งวันจากนั้นเมื่อกลับมาถึงหอในตอนเย็น นางจะสวาปามอาหารอย่างบ้าคลั่งวันนี้นางรู้สึกเหมือนกลับไปเป็นเหมือนเมื่อก่อน“นายหญิงกินเยอะหน่อยนะเจ้าคะ วันนี้ท่านเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว”ป๋ายจีเอง