พ่ะย่ะค่ะ”แม้ไม่มีเหตุผล แต่เพราะเป็นคำพูดของหลินเมิ้งหยา ดังนั้นหลงเทียนอวี้จึงเชื่อมั่นในคำพูดของนาง“ได้ ข้าจะเชื่อพวกเจ้าก่อนแล้วกัน เฮ้อ ข้าแก่แล้ว ควรจะสละตำแหน่งให้คนหนุ่มสาวอย่างพวกเจ้าเสียที”เห็นลูกชายเชื่อใจลูกสะใภ้มากถึงเพียงนี้ พระสนมเต๋อเฟยอดที่จะรู้สึกหวงนิดๆ ไม่ได้แต่เพราะนางเอ็นดูหลินเมิ้งหยาเปรียบเสมือนลูกสาวคนหนึ่งยิ่งไปกว่านั้นหลินเมิ้งหยายังเป็นเด็กดี ดังนั้นความหึงหวงจึงจางหายไป“หากไม่มีหมู่เฟยคอยชี้แนะ พวกเราที่เป็นเพียงเด็กน้อยจะเก่งกาจเช่นนี้ได้อย่างไรเล่าเพคะ”หลินเมิ้งหยาเอ่ยปลอบโยนด้วยวาจาอ่อนหวาน อันที่จริงหากเทียบกับพระสนมเต๋อเฟยแล้ว นางยังต่างชั้นกับพระสนมเต๋อเฟยอยู่มากขนาดเพิ่งจะปะทะกับฮองเฮาเพียงไม่กี่ครั้ง นางยังอดที่จะรู้สึกตื่นตระหนกไม่ได้การที่ต้องใช้ชีวิตอยู่ในพระราชวังมาอย่างเนิ่นนานโดยไม่ถูกโค่นล้มลง แสดงให้เห็นว่าฝีมือของพระสนมเต๋อเฟยไม่ธรรมดาเลยทีเดียว“เด็กคนนี้ปากหวานเสียจริง หากเจ้าคิดเช่นนั้นจริงก็รีบคลอดลูกชายหรือไม่ก็ลูกสาวให้ข้าได้แล้ว”นี่เป็นครั้งแรกที่พระสนมเต๋อเฟยเร่งเร้าให้หลินเมิ้งหยากับหลงเทียนอวี้มีลูกนางอึดอัดใจเล็กน้อย…มีลูกอย่างนั้นหรือ? นางไม่เคยนึกถึงเรื่องนี้มาก่อน ไม่รู้ว่าเพราะเหตุ จู่ๆ ใบหน้าของนางก็ค่อยๆ ขึ้นสีแดงระเรื่อหลงเทียนอวี้เริ่มครุ่นคิดในใจหลินเมิ้งหยาคือผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขาอยากจะมีลูกด้วยแต่เพราะเหตุการณ์ใ