าผู้อื่น ฮองเฮาต้องสำรวมท่าทีเอาไว้
หากมีข่าวออกไปว่านางทำตัวลำเอียง เช่นนั้นจะถูกผู้คนครหาเอาได้
นางยกยิ้มอ่อนโยน ก่อนจะยกมือขึ้น
“ช่างเถิด เจ้ากับไท่จื่อสนิทสนมกันมาก เปิ่นกงเชื่อว่าเจ้ามิมีทางทำเรื่องน่าหวาดกลัวเช่นนั้น แต่เปิ่นกงจำต้องเอาตัวพระชายาของเจ้าไป เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับราชวงศ์ เปิ่นกงมิอาจเพิกเฉยได้”
ดูเหมือนว่าฮองเฮาจะต้องการเคาะภูเขาสะเทือนพยัคฆ์
ทว่าหลงเทียนอวี้ที่มักจะยอมถอยหนึ่งก้าวเสมอ ในเวลานี้กลับยืนเคียงข้างหลินเมิ้งหยา
“หมู่โฮ่ว หากพระองค์รู้สึกไม่วางพระทัย เช่นนั้นเอ๋อร์เฉินขอพระราชทานอนุญาตตรวจสอบเรื่องนี้กับพระชายาด้วยตนเอง”
หลงเทียนอวี้ไม่ยอมถอยอีกต่อไป แม้แต่ฮองเฮาเองก็ยังคาดไม่ถึง
มองดูสายตามุ่งมั่นของเขา ฝ่ามือของฮองเฮาสั่นไหวเล็กน้อย
ขณะที่กำลังจะอนุญาต หลินเมิ้งหยากลับร้องขัดขึ้น
“ช้าก่อน! ฮองเฮาเพคะ ท่านอ๋องสืบเชื้อสายมาจากฮ่องเต้ อีกทั้งยังเป็นเสาหลักของบ้านเมือง หากท่านอ๋องถูกเอาตัวไปพร้อมกับหม่อมฉัน เกรงว่าจะมีคนจิตใจสกปรกอาศัยจังหวะนั้นตั้งใจทำลายทุกคน หม่อมฉันเห็นว่าในเมื่อทหารของวังหลวงและท่านแม่ทัพเองก็อยู่ที่นี่ เช่นนั้นพวกเราหาข้อเท็จจริงกันในวันนี้เลยเถิดเพคะ”
คำพูดของหลินเมิ้งหยาทำให้สีหน้าของฮองเฮา พระสนมเต๋อเฟยและหลงเทียนอวี้เปลี่ยนไป
ฮองเฮาคิดไม่ถึงเลยว่าทั้งที่เรื่องราวดำเนินมาถึงขั้นนี้แล้ว หลินเมิ้งหยายังคิดที่จะดิ้นหนี
“ได้ เช่นนั