้นเปิ่นกงจะฟังความเห็นของเจ้า เจ้ามีวิธีเช่นไร?”
ดวงตาของฮองเฮาเย็นยะเยือกยิ่งกว่าน้ำแข็ง
ข้อเสนอของหลินเมิ้งหยา มิต่างอะไรจากการหาเหาใส่หัว
คิดจะหาความจริง? มันไม่ง่ายขนาดนั้นหรอก หากนางหาความจริงออกมาไม่ได้ เช่นนั้นหลินเมิ้งหยาจะต้องยอมถูกจับไปแต่โดยดี
“หยาเอ๋อร์ เจ้า…”
พระสนมเต๋อเฟยร้อนใจเป็นอย่างยิ่ง รีบร้อนก้าวเข้ามาหาหลงเทียนอวี้กับหลินเมิ้งหยา
จะให้นางที่ได้ชื่อว่าเป็นแม่ไม่เป็นกังวลได้อย่างไร
“เมื่อครู่หม่อมฉันได้เห็นผงชาดบนโต๊ะแล้ว รู้สึกประหลาดใจยิ่งนัก โชคดีที่หม่อมฉันมีของอย่างหนึ่งที่สามารถเปลี่ยนสีได้เมื่อได้สัมผัสกับชาด คนที่ใส่ร้ายหม่อมฉันจะต้องมีชาดติดอยู่บนเสื้อผ้าหรือร่างกายอย่างแน่นอน ดังนั้นหากหม่อมฉันทำการทดสอบดูสักเล็กน้อยก็คงรู้ผล ไม่ทราบว่าฮองเฮาคิดเห็นเช่นไรเพคะ?”
คำพูดของหลินเมิ้งหยา ทำให้ฮองเฮาเงียบไป
นานกว่าจะพยักหน้ารับ
ดวงตาขององค์หญิงหมิงเยว่เบิกกว้างอย่างกระวนกระวาย
นางควรหลบอยู่ด้านหลังเพื่อมองดูละครสนุกๆ ตรงหน้า
หากมิใช่เพราะนางต้องการป้ายความผิดให้หลินเมิ้งหยาอย่างรวดเร็วที่สุด นางคงมิกลายเป็นหมาจนตรอกเช่นนี้
ทำอย่างไรดี? หากหลินเมิ้งหยาตรวจสอบแล้วเจอเข้า เกรงว่าคนที่จะซวยก็คงเป็นตนเอง
ท่ามกลางกลุ่มคน เจียงหรูฉินเองก็กำลังกระวนกระวาย
สีหน้าของสาวใช้ที่อยู่ข้างกายนางซีดเผือด
นับตั้งแต่วันที่หลินเมิ้งหยาไปที่เขาหลิงจูเพื่อล่าสัตว์ นางคิดหาวิธีเข้าไ