เสียงสั่นเครือราวกับใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีของตนเองไปแล้ว
เสมือนกำลังตกใจและหวาดกลัวเป็นอย่างมาก คนที่ได้มองล้วนรู้สึกเห็นใจ
คิ้วของพระสนมเต๋อเฟยขมวดแน่น คิดไม่ถึงเลยว่าจะเกิดเรื่องเลวร้ายในงานชมดอกเก๊กฮวยเช่นนี้
แล้วแบบนี้นางจะอธิบายกับหวังฮั่นหลินอย่างไร
“ร่างกายเป็นเช่นนั้นไปแล้ว จะให้มีชีวิตอยู่คงยาก แต่เปิ่นกงไม่เข้าใจ เมื่อครู่ฮูหยินหวังมีสภาพเหมือนถูกผีเข้า หรือจวนของเจ้าจะมีผีสิงจริง ๆ?”
น้ำเสียงของฮองเฮาแปรเปลี่ยนเป็นเย็นชา นางจ้องหลินเมิ้งหยาเขม็ง
“เรื่องนี้คงต้องตรวจสอบดูก่อนเพคะ แต่ฮูหยินหวังมิได้ตายเพราะถูกผีสิง เฉินเซี่ยคิดว่านางตายเพราะถูกทำร้ายเพคะ”
แม้น้ำเสียงของหลินเมิ้งหยาจะอ่อนโยนแต่แสดงความมุ่งมั่น
ชิงหูเล่าให้นางฟังว่าเหตุที่ฮูหยินหวังเดินด้วยท่าทางแข็งทื่อ นั่นก็เพราะแขนขาทั้งสี่ถูกมัดเอาไว้
เสมือนหุ่นกระบอกที่กำลังถูกเชิด หากมีใครเข้าใกล้ เชือกบาง ๆ เหล่านั้นก็จะหายไปโดยอัตโนมัติ
แต่เพราะชิงหูเห็นมากับตา เขาไม่มีทางดูผิดอย่างแน่นอน
ทางด้านหลินเมิ้งหยาเองก็วิเคราะห์จากสีเลือด แล้วพบว่าร่างกายของฮูหยินหลินได้รับพิษจากหญ้าเจียงซือเป็นจำนวนมาก
เมื่อใช้หญ้าเจียงซือกับการเชิดหุ่น ดังนั้นร่างกายของฮูหยินหวังจึงแข็งทื่อและขยับร่างกายอย่างผิดปกติ
หากมิใช่เพราะแรงปรารถนาในการเอาชีวิตรอดของฮูหยินหวังที่ดิ้นรนส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ
เกรงว่าป่านนี้นางคงถูกกำจัดในฐานะผี