ั้น ดังนั้นจึงงดงามและมีเอกลักษณ์ลมหนาวยามค่ำคืนพัดพาเอาความโศกเศร้าในหัวใจของนางออกไป ดังนั้น นางจึงออกเดินเล่นในสวนของไท่จื่อนางกำนัลที่รับหน้าที่ดูแลอาหารภายในงานเลี้ยงถืออาหารผ่านร่างหลินเมิ้งหยาไปอยู่ ๆ หลินเมิ้งหยาร้องเรียกหนึ่งในนั้นเอาไว้ ก่อนจะเอ่ยถามอย่างไม่ใส่ใจ“ข้างในนั้นคืออะไร?”นางกำนัลที่ถูกเรียก แม้จะไม่รู้ว่าแขกผู้มเกียรติตรงหน้าเป็นใคร แต่ก็ตอบกลับอย่างมีมารยาท“ตอบฮูหยิน นี่คือยู่ลู่เกิงเจ้าค่ะ”“อ๋อ ที่แท้ก็เป็นเจ้านี่นี่เอง เพราะเหตุนี้ข้าจึงได้กลิ่นหอมสินะ”หลินเมิ้งหยาเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม ก่อนจะปล่อยนางกำนัลไป“นายหญิง หรือท่านอยากกินยู่ลู่เกิงหรือเจ้าคะ?”ดวงตาของป๋ายจื่อเปล่งประกาย น้อยครั้งนักที่นายหญิงจะอยากกินอะไร แต่อยู่ ๆ นางก็รู้สึกสนใจยู่ลู่เกิงขึ้นมา ฉะนั้นตัวเองต้องคว้าโอกาสนี้มาให้ได้“ไม่หรอก พวกเราไปกันเถอะ ไปดูทางนู้นกัน”ครุ่นคิด แม้หลินเมิ้งหยาจะรู้สึกประหลาดใจ แต่สุดท้ายก็มิได้ใส่ใจด้านหลังห้องจัดงานเลี้ยง ห้องพักแถวหนึ่งถูกเตรียมไว้ให้แก่ผู้ร่ำสุราจนเมามายหลินเมิ้งหยาก้าวไปเพียงไม่กี่สิบก้าว กลิ่นหอมแปลกประหลาดบางอย่างลอยคละคลุ้งอยู่กลางอากาศ“นายหญิง พวกเราเข้าไปพักผ่อนข้างในกันเถิดเจ้าค่ะ”ป๋ายจื่อเสนอ หลินเมิ้งหยาพยักหน้าลง ก่อนจะพาสาวใช้ทั้งสองไปพักที่ห้องหนึ่ง“อย่าจุดไฟ ข้าอยากหลับสักประเดี๋ยว”ภายใต้ความมืด หลินเมิ้งหยานั่งอยู่บนเตียง ป๋ายซูมีประสา