ให้ได้หลินเมิ้งหยาไม่เห็นด้วยแล้วอย่างไรเล่า ถึงอย่างไร คนที่เป็นผู้ตัดสินก็คือพระสนมเต๋อเฟยดังนั้น นางจึงรู้สึกสบายใจไปหนึ่งเปราะ ดังนั้นจึงเล่นละครประหนึ่งภรรยาอนุผู้น่าสงสารในเมื่อมิอาจโดดเด่นเทียบเท่าหลินเมิ้งหยาได้ เช่นนางนางใช้ความน่าสงสารมาทำให้ทุกคนใจอ่อนก็ได้นี่นาพระชายารองตู๋กูมองบรรยากาศมาคุระหว่างทั้งคู่ออก หยักยิ้มมีเลศนัย ก่อนจะเดินไปหาแขกเหรื่อคนอื่นป๋ายจื่อที่อยู่ด้านหลังตลอดเวลาเบะปาก“ทำตัวน่าสงสารให้ใครดูมิทราบ? ทำตัวประหนึ่งนายหญิงของข้าชอบกลั่นแกล้งรังแกเมียน้อยอย่างไรอย่างนั้น”หลินเมิ้งหยายกชาหอมขึ้นจิบ“ก็ให้คนทั้งใต้หล้าดูอย่างไรเล่า แต่ข้าชอบบทหญิงร้ายมากกว่า”ป๋ายจื่อกับป๋ายซูสบตากันด้วยความตกตะลึงนับตั้งแต่วันที่เยว่ถิงตายจากไป นานมากแล้วที่นางมิได้พูดจาสมกับเป็นตัวเองเช่นนี้ดูเหมือนนายหญิงของนางจะกลับมาเป็นปกติแล้วดูเหมือนน่ะนะ!“ไท่จื่อเสด็จ….อ๋องอวี้เสด็จ…”ขันทีร้องประกาศสองครั้ง ในที่สุดเหล่าชายหนุ่มที่ตกเป็นขี้ปากของคนทั้งเมืองก็ปรากฏตัวเรื่องของไท่จื่อจอมหลบหนียังไม่ทันหาย เรื่องของหลงเทียนอวี้กลับดังขึ้นมาแทนที่ตอนนี้คนทั้งเมืองล้วนส่งเสียงซุบซิบนินทาฝ่ายชายทั้งสองสีหน้าของฝ่ายชายทั้งสองมิได้ดูผ่อนคลายเลยแม้แต่น้อยสีหน้าของไท่จื่อดูเป็นกังวล เพียงมองปราดเดียว หลินเมิ้งหยาก็เดาได้ว่าช่วงนี้ไท่จื่อจะต้องถูกฮองเฮาตำหนิไม่น้อยเลยทีเดียวมิเช่นนั้น ใบหน้าเศร