นนั้นมาให้ ท่านแม่ ขอร้อง ได้โปรดปล่อยข้าไป หากช้าอีกเพียงนิดเดียว ชีวิตของพี่หญิงคงจบสิ้น”หลินเมิ้งหยาใช้เท้าถีบประตูห้องเข้าไปภายใน เยว่ฉียังคงส่งเสียงร้องไห้ไม่หยุด นางคุกเข่าอยู่บนพื้นเพื่อขอร้องฮูหยินเยว่ใบหน้านวลเผยให้เห็นรอยแดงจากฝ่ามือทว่าดวงตาที่ยังคงมีหยาดน้ำตาไหลออกมากลับแสดงความมุ่งมั่นขณะจ้องหน้าหญิงวัยกลางคนผู้โหดเหี้ยมตรงหน้า“นังเด็กไม่รักดี! ”ใบหน้าหยิ่งยโส ง้างมือขึ้นเพราะคิดจะตบเยว่ฉีอีกครั้งแต่กลับถูกฝ่ามือเย็นยะเยือกจับข้อมือเอาไว้เสียก่อน“ฮูหยินเยว่ ก่อนจะสั่งสอนลูก จงดูให้ดีก่อนว่าใช้ลูกของตนเองหรือไม่”ความโกรธเกรี้ยวของหลินเมิ้งหยาแผ่ซ่าน ฮูหยินเยว่ตัวสั่นเทิ้มนางหันหน้าไปตามเสียง คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าในเวลานี้ล้วนมีสภาพเปียกปอน ทว่าดวงตาของพวกเขากลับเปล่งประกาย เสมือนปีศาจจากนรก“เจ้า…หมายความว่าอย่างไร? ข้าสั่งสอนลูกสาวของข้า แล้วเกี่ยวอะไรกับเจ้าด้วย?”หากในมือมีดาบ หลินเมิ้งหยาคงจ้วงแทงหญิงวัยกลางคนตรงหน้าไปแล้วเรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว แต่ฮูหยินเยว่กลับยังไม่สำนึกผิดซ้ำยังร้องตะโกนเสียงแหบเสียงแห้ง“ที่นี่คือสถานที่ของสกุลเยว่ พวกเจ้าไม่มีสิทธิ์เข้ามา”หลินเมิ้งหยาแค่นหัวเราะเสียงเย็น นางไม่อยากให้ความสำคัญกับผู้หญิงใจคอโหดร้ายคนนี้หญิงสาวหมุนตัวจับมือเยว่ฉี ส่งเสียงเอ่ยถาม“ไม่เป็นไรใช่หรือไม่? พี่เยว่ถิงเป็นอย่างไรบ้าง? ”หลินเมิ้งหยาเปรียบเสมือนนางฟ้าลงมาจุติ ใบ