อพลันฟุ้งกระจายอยู่ในโพรงปากขาหมูตุ๋นยิ่งน่าสนใจ ราวกับว่าขาหมูชิ้นนี้ถูกเคี่ยวจนได้ที่ เครื่องเทศต่างๆ จึงซึมลึกถึงตัวเนื้อสาวใช้ทั้งสี่ยืนตะเกียบเข่าไปเจาะเบา ๆ ทว่าเนื้อหมูกลับฉีกออกอย่างง่ายดาย“ว้าว นี่มันขาหมูตุ๋นจริงๆ ด้วย พวกเขาทำได้ยังไงนะ”ป๋ายจื่อร้องออกมาอย่างประหลาดใจ มือจับตะเกียบคีบเนื้อเข้าปากสาวใช้ที่เหลืออีกสามคนมองดูนางด้วยความอิจฉาป๋ายจื่อพยักเผยิบหน้าให้ลองชิมตาม“ฝีมือการใช้มีดดีใช้ได้ ดูเหมือนเขาจะเชี่ยวชาญในการแล่เนื้อเป็นอย่างดี”ไม่รู้ว่าหลินเมิ้งหยาเดินเข้ามายืนด้านหลังพวกนางตั้งแต่ตอนไหน นางหยิบตะเกียบขึ้นมา“ใช่มั้ยเจ้าคะนายหญิง ข้าคิดว่าพ่อครัวของที่นี่จะต้องเป็นปรมาจารย์อาหารอย่างแน่นอน”เมื่อได้กินของอร่อย ป๋ายจื่อเอ่ยชมไม่หยุดทว่าหลินเมิ้งหยากลับรู้สึกถึงอะไรบางอย่างดูเหมือนพ่อครัวจะจัดการขาหมูชิ้นนี้ตั้งแต่ตอนที่มันยังดิบอยู่เขาเฉือนมันออกมาได้อย่างสวยงาม แม้แต่นางที่เป็นนักศึกษาแพทย์ยังทำได้ไม่ดีขนาดนี้บริเวณกระดูกถูกเลาะจนไม่มีเนื้อติดอยู่พ่อครัวคนนี้เป็นใครกันแน่?หลินเมิ้งหยาเริ่มรู้สึกประหลาดใจในตัวพ่อครัวแห่งฝูหรงโหลวตอนที่คิดจะเรียกเสี่ยวเอ้อร์เข้ามา นางได้ยินเสียงเคาะประตูดังลั่นที่ด้านนอก“นั่นใคร?”ป๋ายซ่าวร้องถาม พอลองฟังเสียงดูแล้ว มิเหมือนเสี่ยวเอ้อร์แห่งฝูหรงโหลว“คนสวย พวกเจ้าทั้งห้ามากันอย่างเดียวดาย มิกลัวเหงาหรอกหรือ? ให้พวกพี่มาช่วยดูแลเจ้