าค่ะ”หัวใจ…เสมือนกระจกที่กำลังแหลกละเอียดจนกลายเป็นผุยผงหลินเมิ้งหยาได้ยินเสียงหัวใจสลายของตนเอง“อ๋อ ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง เตรียมตำหนักขององค์หญิงหมิงเยว่เรียบร้อยแล้วหรือยัง?”คิดไม่ถึงเลยว่าจะมาเร็วขนาดนี้หลงเทียนอวี้คงอดใจรอไม่ไหวแล้วสินะ“ทางด้านพระสนมเต๋อเฟยสั่งให้คนไปจัดการแล้วเจ้าค่ะ ได้ยินว่าให้เตรียมตำหนักชิงหยุนเก๋อที่อยู่ข้างตำหนักฉินหวู่เจ้าค่ะ”อันที่จริงพระสนมเต๋อเฟยส่งคนมาแจ้งเรื่องนี้แล้วแต่เพราะนายหญิงขังตัวเองอยู่แต่ในห้อง ดังนั้นนางจึงเพิ่งรู้เรื่องนี้“เช่นนั้นหรือ? แบบนั้นก็ดี ป๋ายจื่อ ป๋ายซู พวกเจ้าไปตามเสี่ยวอวี้มา พวกเราออกไปเดินเล่นด้านนอกกันเถิด ได้ยินมาว่าที่ป๋ายเซียงโหลวออกอาหารชนิดใหม่มา พวกเราไปลองชิมดูกันเถิด”นับตั้งแต่วันที่แต่งงานจนกระทั่งตอนนี้ หลินเมิ้งหยาเพิ่งจะรู้ว่าสินเดิมของนางมีค่อนข้างมากหรืออาจพูดได้ว่านางนับเป็นหญิงสาวที่ร่ำรวยมากคนหนึ่งเลยทีเดียวในเมื่อปราศจากซึ่งความรักแล้ว เช่นนั้นนางจะใช้เงินเพื่อชดเชยความต้องการของตนเอง“เจ้าค่ะ! นายหญิง ข้าอยากกินขนมที่ร้ายจินอวี้จายด้วย ได้หรือไม่เจ้าคะ?”คนแรกที่ฉีกยิ้มกว้างคือป๋ายจื่อ ยื่นแขนเข้าไปหยิกแขนของป๋ายซ่าวหนึ่งที ก่อนจะส่งสัญญาณผ่านทางสายตากับนางป๋ายซ่าวเข้าใจได้ในทันที คิดไม่ถึงเลยว่าคนสมองช้าที่สุดอย่างป๋ายจื่อจะคิดหาวิธีทำให้นายหญิงอารมณ์ดีขึ้นมาได้“ไม่ได้ ไม่ได้ ข้าเองก็จะไปด้วย นายหญิง