อนนางด้วย”การแต่งงานของหูเทียนเป่ยจบลงไปแล้วส่วนหูลู่หนานก็เอาชีวิตมาทิ้งที่นี่ ไม่รู้ว่าฮ่องเต้หมิงกำลังคิดอะไรอยู่ เขาจึงพยายามยัดเยียดลูกสาวของตนเองให้แต่งงานกับเขา“เรื่องนี้ยังต้องปรึกษากันก่อนพ่ะย่ะค่ะ ข้ามีชายาเอกอยู่ข้างกายแล้ว หากแต่งงานพาองค์หญิงเข้าเรือน เกรงว่าองค์หญิงจะอับอาย”คำพูดเชิงปฏิเสธของหลงเทียนอวี้ทำให้ความมิพึงพอใจถูกวาดขึ้นในดวงตาของฮ่องเต้หมิงแต่ไม่นานก็กลับมาปกติดังเดิม“เจ้าจงสบายใจเรื่องนี้เถิด ข้าเคยเจอคุณหนูสกุลหลินแล้ว ฉลาด งดงาม ชาติตระกูลไม่เลว หากเยว่เอ๋อร์ได้เป็นรอง ก็นับว่ามิใช่เรื่องเสียหายอันใด”คำพูดของฮ่องเต้หมิงทำให้หมิงเยว่หลุบตาต่ำเพราะความเขินอายแม้ว่าหากแต่งงานเข้าไปก็จะได้เป็นเพียงชายารองแต่ด้วยความชาญฉลาดและความสวยงามของนาง นางจะต้องได้รับความรักและเอ็นดูจากหลงเทียนอวี้อย่างแน่นอน เพียงแต่ต้องใช้เวลาเท่านั้น“เสด็จพ่อ หม่อมฉันกับพี่หลินมีวาสนาต่อกันยิ่งนัก เชื่อว่าจะต้องมีความสัมพันธ์อันดีต่อกันได้อย่างแน่นอน”คำพูดของหมิงเยว่เปี่ยมไปด้วยความเคารพนับถือหูเทียนเป่ยนั่งเงียบกริบ สายตามิเห็นด้วย“ในเมื่อฮ่องเต้หมิงตัดสินใจเช่นนี้ ข้าเองก็ไม่อาจปฏิเสธได้ เพียงแค่…การเข้าไปอยู่ในจวนอวี้คราวนี้ขอให้นับว่าเป็นแขกเท่านั้น เสด็จพ่อของข้ายังคงประชวร องค์หญิงหมิงเยว่มีสถานะสูงส่ง เรื่องนี้จะต้องทูลเสด็จพ่อให้ทรงทราบและได้รับอนุญาตจากพระองค์ก่อน ฝ่าบาทได