้โปรดเห็นแก่ความกตัญญูของข้าด้วย”หากลองประชันเล่ห์เหลี่ยมกันแล้ว หลงเทียนอวี้มิเคยแพ้พ่ายให้กับผู้ใดแต่เพราะอุปนิสัยของเขามักจะเย็นชาและเย่อหยิ่ง เขาไม่มีทางยอมเป็นรองง่ายๆหากเอ่ยว่าไม่อนุญาต ก็เท่ากับเขาพยายามยุยงหลงเทียนอวี้อกตัญญูต่อบิดาแต่ถ้าหากอนุญาต ความเปลี่ยนแปลงก็จะมหาศาล“เรื่องนั้น…”“เสด็จพ่อ เอ๋อร์เฉินคิดว่าควรอนุญาตพ่ะย่ะค่ะ”ขณะที่ฮ่องเต้หมิงกำลังจะปฏิเสธ หูเทียนเป่ยที่นั่งเงียบมาโดยตลอดพลันเอ่ยออกมาหันไปมองหน้าลูกชายตัวเอง สายตาของฮ่องเต้หมิงแสดงให้เห็นถึงความไม่พึงพอใจแต่เพราะหูเทียนเป่ยเป็นคนรอบคอบ อีกทั้งยังรู้จักหลงเทียนอวี้ดีที่สุด บางทีเขาอาจมีเหตุผลก็เป็นได้“ได้ อ๋องอวี้กตัญญูยิ่งนัก เปิ่นหวังซาบซึ้งใจเหลือเกิน เช่นนั้นค่อยทูลฮ่องเต้เรื่องการแต่งงานของพวกเจ้าวันหลังเถิด หมิงเยว่ เหตุใดจึงไม่รีบกลับจวนกับท่านอ๋องเล่า”สีหน้าของหมิงเยว่เปลี่ยนไป ทั้งที่การไปจวนอวี้ในคราวนี้เป็นโอกาสอันดีแต่เสด็จพ่อกลับปล่อยให้ท่านพี่กับอ๋องอวี้พูดเอาชนะได้ นางไม่อาจตัดใจได้ ดังนั้นแววตาจึงวาวโรจน์เพราะความโกรธเกรี้ยวฮ่องเต้แห่งต้าจิ้นไม่ได้ออกว่าการนานกว่าครึ่งปีแล้ว ไม่รู้ว่าเหตุใดต้องทูลพระองค์ก่อน“ในเมื่อเป็นแขก ข้าเห็นว่าไม่จำเป็นต้องพาสาวใช้ไปมากมาย ได้ยินมาว่าฮ่องเต้หมิงจะเสด็จกลับซีฟานในไม่ช้า เช่นนั้นคงไม่จำเป็นต้องเอาของไปมากมายนัก”ในเมื่อต้องการส่งหมิงเยว่เข้าไปที่จวนของเ