กุลเยว่พวกนางไม่อยากกลับไปเหยียบจวนสกุลเยว่อีก“หนู่ปี้ถวายคำนับท่านอ๋องและพระชายา”สายตาทอดมอง ก่อนจะได้เห็นพ่อบ้านเติ้งและน้าจิ่นเยว่ที่พาคนรับใช้ตั้งเป็นแถวสองฝากฝั่งกำลังรอต้อนรับพวกเขาอยู่“ทุกคนลุกขึ้นเถิด”ป๋ายซูพยุงร่างหลินเมิ้งหยาลงจากรถม้า เมื่อร่างบางของนางปรากฏขึ้น คนรับใช้ทั้งหมดล้วนรู้สึกอบอุ่นใจแม้จะอาศัยอยู่ด้วยกันเพียงไม่กี่เดือน แต่จวนที่ไร้ซึ่งพระชายาช่างเย็นยะเยือกยิ่งนักยิ่งไปกว่านั้นยังถูกญาติผู้น้องกลั่นแกล้งอยู่เนืองนิตย์ก็ใครใช้ใครเจ้าบ้านไม่อยู่กันเล่า?“ท่านพี่ ท่านกลับมาแล้ว ฉินเอ๋อร์เป็นห่วงแทบขาดใจเลยเจ้าค่ะ”ทั้งที่ไม่เจอกันเพียงไม่กี่วัน ทว่าความกล้าของเจียงหรู๋ฉินเพิ่มขึ้นกว่าเดิมหลินเมิ้งหยาส่งสายตาเย็นชาไปทางนาง เพื่อตั้งใจแสดงให้เห็นถึงการมีตัวตนของตนเองแต่คิดไม่ถึงเลยว่าครู่ต่อมาเจียงหรู๋ฉินจะเข้ามากอดแขนของตนเอง“พี่สะใภ้ ข้าได้ยินมาว่าองค์หญิงหมิงเยว่แห่งซีฟานจะเข้ามาอยู่ที่จวนของเขา ท่านป้าเองก็ตอบตกลงแล้วด้วย”องค์หญิงหมิงเยว่ก็คิดจะเข้ามาร่วมวงด้วย? กว่านางจะไล่หลินเมิ้งหวู่ไปได้นั้นไม่ง่ายเลย แต่นี่หมิงเยว่จะเข้ามาสร้างความรำคาญให้อีกแล้วแต่ก็นะ ถ้าไม่มีเรื่องตื่นเต้นเลย จะเรียกว่าชีวิตได้หรือ?
พูดติดปาก ก่อนจะรู้สึกตัวว่าตนเองได้พูดเรื่องราวในอดีตออกมา
โชคดี สาวใช้ทั้งสี่ทั้งเหนื่อยและมึนงง พวกนางกำลังสะลึมสะลือ ดังนั้นจึงไม่มีใครสังเกตเห็นว่านาง