สาวใช้ทั้งสองสบตากัน ป๋ายจื่อจึงกระซิบเสียงเบา“สิงกงมีเนื้อสัตว์และผักสดใหม่มากมาย แต่ถูกคนของไท่จื่อเอาไปหมดแล้วเจ้าค่ะ”นับตั้งแต่ตอนที่พวกเขากลับมาจนกระทั่งตอนนี้ ไท่จื่อไม่แม้แต่จะออกมาดูด้วยซ้ำไม่เพียงไม่ออกมาปลอบขวัญทหาร แต่ยังเอาเนื้อและผักไปจนหมดไท่จู่1 เคยออกรบในสงครามจ้านซา ในเวลานั้นถูกศัตรูปิดล้อมนานถึงสามวันสามคืน ทหารไร้ซึ่งอาหารและน้ำดื่ม ไท่จู่สั่งให้คนฆ่าม้าของตนเองเพื่อรักษาชีวิตของทหารเอาไว้ไท่จื่อมีสายเลือดมังกรอยู่ครึ่งหนึ่ง เหตุใดจึงทำตนประหนึ่งไม่เคยถูกอบรมสั่งสอนมาเช่นนี้“ทันทีที่ฟ้าสว่าง พวกเราจะออกจากที่นี่ เมื่อกลับถึงเมืองหลวงก็จะไม่มีปัญหาอะไรแล้ว”การจู่โจมอย่างกะทันหันของเถาฮวาอู๋สร้างความอันตรายอย่างใหญ่หลวงโชคดีที่กำลังเสริมมาช่วยเหลือเอาไว้ได้ทัน ดังนั้นนักฆ่าแห่งเถาฮวาอู๋จึงตายเกินกว่าครึ่งแต่เพราะเหตุใดนักฆ่าอันดับหนึ่งแห่งเจียงหูจึงคิดจะเอาชีวิตของพวกเขากันเล่า?ความจริงของเรื่องนี้ถูกเก็บซ่อนอยู่ในม่านหมอก หากเขาต้องการรู้ความจริง คงจะต้องใส่ใจกับรายละเอียดและเจาะลึกให้ได้มากที่สุดกลิ่นหอมของอาหารทำให้เหล่าทหารรู้สึกอบอุ่นหัวใจหลินเมิ้งหยาแอบจัดการทุกอย่างอย่างเงียบเฉียบ ทว่าคนส่วนใหญ่ล้วนจดจำภาพใบหน้าอันงดงามของนางได้สำหรับพวกเขา ท่านอ๋องเปรียบเสมือนวีรบุรุษผู้กล้าหาญ ส่วนพระชายาคือสตรีที่เอาใจใส่ซึ่งหาได้ยากยิ่งดังนั้นคนที่รู้ซึ้งซาบซึ้งในน้ำใจ