เป่ย นางยังไม่รู้สึกตัว“ไม่ได้ เชื้อโรคอาจเข้าไปทางปากได้ ดูมือของพวกเจ้าซิ สกปรกเสียยิ่งกว่าอะไรดี”แม้แต่หลงเทียนอวี้เองก็เริ่มลุกลี้ลุกลนหลินเมิ้งหยาที่มองดูสถานการณ์ในสวนตลอดเวลาไม่ได้คิดอะไรมาก แต่กลับเป็นป๋ายจื่อที่เข้ามากระตุกแขนเสื้อของหลินเมิ้งหยา“มีอะไรหรือ?”ป๋ายจื่อแอบชี้ไปทางมือของหูเทียนเป่ยที่กำลังสั่น แตงกวาฉาบน้ำมันร่วงหล่นลงไปในถ้วยน้ำแกงเพราะอาการมือกระตุก“เข้ามา เอาช้อนเข้ามาให้ข้าหน่อย ข้าผิดเองที่ไม่รอบคอบ จะดื่มน้ำแกงก็ต้องใช้ช้อนซิ”หลินเมิ้งหยาหัวเราะแห้งๆ ก่อนจะหาทางออกให้ชายหนุ่มทั้งสามแสร้งมองไม่เห็นใบหน้าลำบากใจของทั้งสาม ก่อนจะหมุนตัวปิดปากหัวเราะเมื่อครู่ เหล่าองค์ชายทั้งสามที่ได้รับการอบรมสั่งสอนมาอย่างดีทำอาหารและน้ำแกงหกเลอะเทอเต็มโต๊ะไปหมดหากมิใช่เพราะป๋ายจื่อเข้ามาเตือน เกรงว่าพวกเขาคงได้หิวตายอย่างแน่นอนอาหารเป็นเพียงอาหารธรรมดาแม้จะไม่ได้พิเศษอะไรนัก แต่ทั้งสามที่ไม่มีอะไรตกถึงท้องมาตลอดทั้งวันกลับรู้สึกว่ามันช่างเอร็ดอร่อยเหลือเกิน“นายหญิง แม่ทัพจูนำไก่ฟ้าและกระต่ายป่ามามอบให้ หนู่ปี้รับไว้เรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ”ป๋ายซ่าวถือสัตว์ที่ยังมีชีวิตอยู่ในมือด้วยท่าทางดีใจ ก่อนจะหยุดยืนด้านหน้าหลินเมิ้งหยาหันไปมองทางด้านหลัง ทั้งสามกินอาหารอย่างหิวโหย หลินเมิ้งหยาครุ่นคิด ก่อนจะก้มหน้าออกคำสั่ง“เจ้าเข้าไปในครัว ต้มน้ำแกงหม้อใหญ่ แล้วเอาไปแบ่งให้คนที่ได้รับบ