ิดผ้าม่านออก เขาได้เห็นเพียงห้องว่างเปล่าเท่านั้นแม้ฮ่องเต้หมิงจะกำลังพิจารณาเรื่องให้ความร่วมมือกับพวกตนเองอยู่ แต่ถ้าหากเกิดข้อผิดพลาดขึ้นแล้วละก็…“ฮึ ลักพาตัวไปแล้วอย่างไรเล่า พวกนางไม่มีทางพูดใส่ร้ายพวกเราหรอกเพคะ”หลินเมิ้งหยาไร้ซึ่งความกังวล ใบหน้าเผยรอยยิ้มมีเลศนัยหรือนางจะวางแผนทั้งหมดเอาไว้แล้ว?“ก่อนจะชิงหูจะจากไป เขากรอกยาสิ้นหวังให้กับพวกนาง เกรงว่าตอนนี้พวกนางคงกลายเป็นคนสติฟั่นเฟือนไปแล้วเพคะ”อันที่จริง หลินเมิ้งหยามิได้คิดจะปล่อยให้พวกนางมีชีวิตอยู่อยู่แล้วไม่ช้าก็เร็วไท่จื่อจะต้องตามหาเบาะแสจนเจอ ถึงอย่างไรพวกนางก็ต้องตกอยู่ในกำมือของไท่จื่ออยู่ดีตอนนี้สิ่งที่นางต้องทำคือขี่หลังเสือแล้วโจมตีกลับเท่านั้น“หมายความว่า…”หลงเทียนอวี้คิดตาม ก่อนจะหันมาถามหลินเมิ้งหยาเพื่อยืนยันความคิด“ไท่จื่อเป็นคนชอบโอ้อวด เมื่อจับคนผิดได้แล้ว หากเขาไม่ฆ่าทิ้ง ก็คงนำคนเหล่านั้นมาโจมตีพวกเรา”นำคนสติฟั่นเฟือนเหล่านั้นมาโจมตีนาง ความคิดนี้มิใช่ส่งที่คนฉลาดทำกันหรอกเพราะฉะนั้นหากพบว่าพวกนางไร้ประโยชน์ เกรงว่าไท่จื่อจะต้องกำจัดพวกนางอย่างแน่นอน“ในช่วงเวลาที่ไท่จื่อกำจัดพวกนาง หากฮ่องเต้หมิงบังเอิญไปพบเข้า เช่นนั้นไท่จื่อก็มิต่างอะไรจากคนที่กำลังฆ่าปิดปากเพื่อหนีความผิด”หลินเมิ้งหยาพยักหน้าลง นางค้นพบแล้วว่าตนเองกับหลงเทียนอวี้ใจตรงกันมากขึ้นเรื่อย ๆ“ได้ ข้าจะรีบไปดำเนินการเดี๋ยวนี้”คิดไม่ถึงเลย